วันนี้ได้ฤกษ์แปลงกายเป็นเว็บมาสเตรสส์ เนื่องในโอกาส "แช่มช้า" หนังสือเล่มต่อไปของเราเข้าสู่โรงพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ทั้งปกและเนื้อใน
เข้ามาเปิดหน้าให้หนังสือ รวมทั้งหน้าประวัติสั้นๆ ของ มิลาน คุนเดอรา ผู้เขียน ผู้แปลไม่ต้อง เพราะมีอยู่แล้ว ต่อด้วยหน้าของผู้แปล ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ ที่เผลอข้ามไปเมื่อเดือนก่อน
ปรับเมนูในเว็บเล็กน้อยในส่วนของ "นักเขียนและนักแปลของเรา" จัดเป็นหมวด นักเขียน นักแปล แยกกัน รวมทั้งแยกประวัตินักแปลชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" ต่างหาก เพื่อการค้นหาอย่างเป็นสัดส่วน
เสร็จแล้วเข้าห้อง "กระดานอัพเดท" จัดการประกาศผลการตัดสินการประกวดระบายสี "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน"
ยังเหลือฝั่งภาษาอังกฤษที่ต้องปัดฝุ่นอีกเยอะ ขอแปะไว้ก่อนละกันนะนายจ๋า
วันนี้เอาปกหลัง (และสันปก - ตามคำเรียกร้องของผู้ออกแบบ) ของ "แช่มช้า" มาอวดค่ะ
เล่าความเป็นมาเป็นไปสักนิดนึงเนอะ
รูปถ่ายทั้งสองรูปเป็นรูปที่ตากล้องประจำสำนักพิมพ์ของเราถ่ายที่ปราสาทแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส เราคัดสองรูปนี้ส่งไปให้ทางผู้เขียน คือ มิลาน คุณเดอรา และภรรยา เลือกปกหน้าก่อนจะลงมือออกแบบ ปกรองชนะเลิศเลยสงบเสงี่ยมหลบมาเป็นปกหลัง
จากนั้นคุณภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ ผู้รอคอยเวลาลงมือแบบข้ามปีก็รับหน้าที่ต่อ ในตอนแรก เราอยากได้ปกตุ๊กตาคร่าวๆ สำหรับส่งให้นิตยสารก่อน คุณภาณุจัดมาให้เลือกหลายแบบในชั่วข้ามคืน แต่ไปๆ มาๆ หลังจากขอปรับนิดขอแก้หน่อยจุกจิกตามประสาชาวกำมะหยี่ ขอเติมกิมมิคลงสีม่วงบนตัวเป็ดที่ลอยละล่องลดความจริงจังลงเล็กน้อย ขอนี่ขอโน่นขอนั่น ซึ่งหนุ่มนักออกแบบของเราก็กระตือรือร้นทำให้อย่างฉับไวไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปกตุ๊กตาก็กลายมาเป็นปกจริงอย่างเป็นทางการ
สันปก ตอนแรกตัวหนังสือเป็นแบบสีๆ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่าลงสีขาวดีที่สุด เพราะไม่จมแน่ๆ ปลอดภัยไว้ก่อน สันปกนั้นถึงจะเล็กจะแคบแต่เป็นส่วนที่สำคัญยิ่งของปกหนังสือ เนื่องจากจะหันเข้าหาลูกค้านานที่สุด ถ้าตัวหนังสือชื่อเรื่องบนสันอ่านไม่ออก ไปวางเรียงๆ กับสันอื่นๆ แล้วไม่สะดุดตา คนขายหาไม่เจอ คนซื้อมองไม่เห็น ก็จบกัน
ปิดท้ายด้วยปกหลัง ซึ่งจะเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลคร่าวๆ กับคนที่หยิบจับขึ้นมาดูว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ผู้แปลสรุปเนื้อหาคำโปรยด้านบน ไอเดียการวางชื่อผู้เขียนในภาษาไทยตรงกับชื่อภาษาอังกฤษ (หรือภาษาเชค?) มาจากบรรณาธิการจัดการของเรา ตบท้ายด้วยย่อหน้าตัวอย่างจากในเล่มที่บรรณาธิการ กิตติพล สรัคคานนท์ คัดมาให้กับมือ
เสร็จสรรพ สวยงาม ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
วันนี้ได้รับอีเมลจากซิลก์โรด เอเย่นลิขสิทธิ์ที่ดูแลการติดต่อหนังสือของฮารูกิ มูราคามิ ให้เราแจ้งมาว่า
"ผู้เขียนได้อนุมัติปกที่ส่งให้เรียบร้อยแล้ว"
กรี๊ด เฮียมูดูเองเลยเหรอ ปลื้มสุดๆ
ปกเล่มสุดท้ายในชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" เล่มนี้ ออกเฉดสีแดงฉาน
เบื้องหลัง และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการถ่ายทำแสนสนุกสนาน เพราะเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายกันถึงดาร์จีลิ่ง ประเทศอินเดีย (ฮ่า) ในเรือนพักบูติกของไร่ชาที่ตกแต่งออกแนวอังกฤษจ๋า
ส่วนนางแบบ ไม่ต้องหาที่ไหนไกล เจ้าสำนักเปลี่ยนหมวกอีกรอบเดินหมุนตัวผ่านกล้องที่ตั้งความเร็วต่ำจนหน้ามืด ต่อด้วยการปรับแต่งสีอีกเล็กน้อยลดความหวานเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าถ่ายในทริปฮันนีมูนครั้งที่ 500 โปรยตัวหนังสือชื่อเรื่องลงไปให้ลอยละล่อง เป็นอันเสร็จสรรพ
ตอนนี้ก็เหลือรอต้นฉบับจากแม่งานและบรรณาธิการมาพิสูจน์อักษร จัดหน้ากันต่อ คาดว่าน่าออกทันงานหนังสือเดือนมีนาคมค่ะ
Posted by: GAMMEMagie in GammeMagies news on
ม.ค. 13, 2010
หลังจากผัดผ่อน โดนหนังสือเล่มอื่นแซงคิวคนแปลมานานกว่า 6 เดือน ในที่สุด "แช่มช้า" หรือชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า La Lenteur หรือ The Slowness ในภาษาอังกฤษ ที่แฟนๆ หลายคนของนักเขียนเอกชาวเช็คที่ชื่อ มิลาน คุนเดอรา รอคอยก็อยู่ในขั้นตอนที่ขยับคืบหน้าไปช้าๆ สมชื่อเรื่องเรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้ผู้แปลซึ่งถอดหมวกเจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่มาสวมหมวกนักแปลได้เกลาต้นฉบับแปลที่แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส ภาษาที่คุนเดอราเขียนเล่มนี้โดยตรงรอบแรกเสร็จสิ้นสดๆ ร้อนๆ
การเกลารอบที่สองและสามกำลังจะติดตามมาโดยพลันก่อนจะส่งให้บรรณาธิการหนุ่ม กิตติพล สรัคคานนท์ นักเขียนและหนอนหนังสือตัวเป้งดูแลตรวจสอบ โดยมี ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ นักออกแบบสิ่งพิมพ์และนักดูหนังตัวเอ้ มารับหน้าที่ออกแบบปกเป็นครั้งแรกกับเรา
ล่าสุดภาณุได้ส่งแบบปกเซ็ตแรกเป็นปกตุ๊กตาให้เราดูเกือบสิบแบบ และแบบที่ชาวพลพรรคลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่เลือกไว้เป็นแนวทางสำหรับปกสุดท้ายที่จะส่งถึงมือผู้อ่านในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า คือ ปกที่นำมาประกอบบล็อกนี้ค่ะ
"แช่มช้า" เป็นหนังสือที่ผู้เขียนเขียนขึ้นให้เป็น "นิยายที่ไม่มีคำใดจริงจัง"ผู้อ่านจะได้เห็นว่าอารมณ์ขันอันชาญฉลาดช่างคิดของนักเขียนเอกที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่างมิลาน คุนเดอรา เป็นอย่างไร
“เธอบอกกับฉันเสมอว่าวันนึงอยากเขียนนิยายที่ไม่มีคำไหนจริงจัง เป็นความงี่เง่าครั้งใหญ่เพื่อความสะใจของเธอ ฉันเกรงว่าวันนั้นได้มาถึงแล้ว ฉันอยากแค่เตือนเธอว่า ระวังให้ดี”
ผมก้มหน้างุดลงไปอีก
“จำได้มั้ยว่าแม่ของเธอพูดว่ายังไง ฉันได้ยินเสียงของเธอเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ เธอว่า มิลานกุ หยุดล้อเล่นเถอะ ไม่มีใครเข้าใจลูกหรอก ลูกจะทำให้ทุกคนขัดเคืองและสุดท้ายทุกคนจะเกลียดชังลูก เธอจำได้มั้ย”
“จำได้” ผมพูด
“ฉันขอเตือนเธอนะ ความจริงจังจะปกป้องเธอ การขาดความจริงจังจะปล่อยเธอตัวเปล่าเปลือยตรงหน้าฝูงหมาป่า และเธอเองก็รู้ว่าหมาป่าพวกนั้นรออะไรจากเธออยู่”
วันนี้แค่ตั้งใจเข้ามาเขียนทักทายสวัสดีปีใหม่มิตรรักแฟนหนังสือในหน้าแรก ซึ่งเกริ่นกล่าวรายชื่อหนังสือที่เราจะจัดพิมพ์ในปีนี้ ก่อนจะรวบรวมข้อมูลขนาดยาวมาแถลงไขกันอีกรอบในเร็วๆ นี้
แต่ไปๆ มาๆ ไม่รู้อีท่าไหน หลงเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Jeremy Mercer (http://www.jeremymercer.net) ผู้เขียน ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Time was soft there แล้วไปสะดุดตา ตรงที่เขาเขียนบนหน้าแรกว่า
Thai Cover : Love the Purple . . .
มองซ้ายมองขวา เอ่อ... เขาเขียนถึงปกของเล่มที่เรากำลังจะออกวางแผงกลางเดือนนี้นี่นา คลิกเข้าไปดู มีรูปปกหน้า สัน และปกหลังที่เราส่งให้ทางเจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ และมีคำกล่าวบันทึกสั้นๆ ชวนซาบซึ้งใจไม่น้อยความว่า
"My editor Mike Flamini kindly forwarded me the proofs of the Thai cover for Time Was Soft There and I am delighted. Writing books might not lead to untold riches or a secure family life, but it does offer the joy of creation and unpredictable bursts of pride such as the one I am now enjoying ..."
แปลเป็นไทยได้ว่า
"ไมค์ ฟลามินิ บรรณาธิการผู้จัดพิมพ์ของผมส่งปรูฟของหน้าปกเวอร์ชั่นภาษาไทยของ Time was soft there มาให้ดู และผมรู้สึกยินดีมาก การเขียนหนังสืออาจจะไม่นำความร่ำรวยหรือชีวิตครอบครัวที่มั่นคงมาให้ แต่มอบความสุขจากการสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจล้นพ้นที่ไม่คาดคิดมาก่อน ดังความสุขที่ผมกำลังปลื้มเปรมใจอยู่ในขณะนี้...
ขอบคุณและดีใจที่คุณเจเรมีชอบปกของเราและชอบสีม่วงอันเป็นสีประจำสำนักพิมพ์กำมะหยี่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านชาวไทยจะชอบทั้งปกและเนื้อในของหนังสือเล่มนี้อย่างที่พลพรรคและผู้ร่วมงานของเราทุกคนรู้สึกค่ะ
Posted by: GAMMEMagie in GammeMagies news on
พ.ย. 30, 2009

วันนี้มีข่าวดีและข่าวร้าย
แต่ไม่บอกข่าวร้ายล่ะ ไม่หนักหนามาก แก้ไขได้ ขอแจ้งข่าวดีอย่างเดียว
เป็นข่าวดีที่ซ่อนตัวอยู่ในความไม่ละเอียดละออของฉัน เพราะเป็นข่าวที่เข้ามาเมื่อต้นเดือน แต่ฉันดันไม่เห็น จนทางทัทเทิลโมริ เอเย่นแสนขยันของเราต้องส่งอีเมลมายืนยันกันอีกรอบ
เป็นข่าวแจ้งว่าป๋าคุน หรือ มิลาน คุนเดอรา ได้เลือกภาพถ่ายที่เราส่งไปให้เลือกสำหรับทำปก "แช่มช้า" (หรือ La Lenteur หรือ Slowness) แล้วคือ รูปประกอบบล็อกนี้ นำมาอวดก่อนใคร ก่อนที่จะส่งไปให้คนออกแบบปกเสียอีก
การทำปกเล่มนี้แตกต่างจากเล่มก่อนๆ นิดนึงตรงที่เราส่งภาพให้เจ้าของเรื่องเลือกก่อน แล้วค่อยออกแบบวางคำโปรยข้อความ จะได้ไม่มีคำถามหรือข้อขัดแย้งให้้ต้องแถลงไข ต้องปรับทำใหม่หมดอีกรอบ น่าจะช่วยลดความปวดหัวให้กับคนออกแบบปกได้
ความคืบหน้าของเนื้อในหนังสือเล่มนี้คือ แปลแกะความเสร็จรอบแรกแล้ว เหลือเก็บลีลา เกลาและส่งให้บรรณาธิการ และคนออกแบบปกอ่านเพื่อทำงานต่อ คาดว่าจะเป็นเล่มแรกประเดิมชัยปี 2553 ของเรา ไม่น่าจะเกินเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
การทำสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์งานของนักเขียนใหญ่ที่เราชื่นชอบ ลงทุนยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ไม่ลักกินขโมยกิน แอบพิมพ์งานแบบไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ มีความสุขอย่างหนึ่งที่เป็นเหมือนเส้นบางๆ ร้อยเราไว้กับมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เราชื่นชมเหล่านั้น ยามได้รู้ข่าวว่า "เขา" เห็นสิ่งที่เราเสนอไปให้พิจารณา เช่น ภาพหน้าปก ไม่ว่าจะเป็นงานของ ฮารูกิ มูราคามิ หรือ มิลาน คุนเดอรา เมื่อมีคำตอบรับกลับมาว่านักเขียนอนุมัติภาพที่เราส่งให้ดู แม้จะผ่านบริษัทตัวแทน แต่ความตื้นตันก็วาบขึ้นมาจนขนลุกขนพอง ยิ่งได้เห็นลายเซ็นบนสัญญา (ไม่ว่าค่าลิขสิทธิ์จะชวนขนลุกขนพองในอีกทางขนาดไหน) เห็นภาพเขาเหล่านั้นจรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นเดียวกับที่เราลงปากกาและตราประทับบริษัท
คนตัวเล็กๆ สำนักพิมพ์เล็กๆ อย่างเราก็ปลื้มเปรม ดี๊ด๊าดีใจจนออกนอกหน้า ทนอัดอั้นไม่ไหว ต้องนำมาบอกกล่าวกันในที่นี้ค่ะ
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ระหว่างที่รอเคาะราคาค่าพิมพ์ รอปกและหน้าเครดิตเพื่อส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ ของเล่มปารีส / พำนัก / คน / รัก/ หนังสือ ผลงานที่เราตั้งใจจะออกเป็นลำดับสุดท้ายในปีนี้ และอยากจะออกก่อนปีใหม่ ถ้าเป็นไปได้ เลยถือโอกาสมาปัดกวาดเว็บไซต์ หลังจากทิ้งเอาไว้เกือบหนึ่งเดือน เริ่มต้นที่การจัดเมนู "หนังสือ" ด้านบน จัดเป็นหมวดหมู่ตามชื่อคนเขียน เพราะถ้าขืนลงเป็นรายชื่อหนังสือต่อไป เมนูจะยืดยาวเกินเลย
หลังจากนั้น เข้าไปทักทายในหน้าแรก ต่อด้วยการเปิดหน้าต้อนรับลูกรักคนต่อไป พร้อมไฟล์พีดีเอฟให้อ่านตัวอย่างบทแรก ทำเฉพาะหน้าภาษาไทยก่อน ฝั่งภาษาอังกฤษตอนนี้ตกยุคมากๆ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมาไล่ทำไปเรื่อยๆ
ผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดหนังสือเล่มต่อไปของเรา คลิกตามไปดูได้ >> ที่นี่ ค่ะ
ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพถ่ายในร้านหนังสือที่เป็นฉากของเรื่องในเล่มนี้ ทีมงานของเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายรูปกันถึงกรุงปารีสเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเพื่อทำปกหน้าแล้ว ยังใส่เป็นภาพประกอบด้านในอีกมากมายหลายรูป เพื่อให้ผู้อ่านนึกภาพบรรยากาศที่ผู้เขียนเล่าออก
เบื้องหลังการถ่ายรูปนี้ มีเรื่องเล่าสนุกๆ ซึ่งเราตั้งใจว่าเดี๋ยวจะมาเล่าสู่กันฟัง
ใกล้แล้วค่ะ ใกล้เคาะแล้วค่ะ สำหรับปก "ปารีส พำนัก คน/รัก หนังสือ" ผลงานลำดับต่อไปที่เราอยากออกให้ทันก่อนปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญจากใจกำมะหยี่แด่นักอ่าน ให้หนอนหนังสือและคนรักหนอนหนังสือมอบให้กันเป็นของขวัญปีใหม่
ที่เห็นข้างบนนี้ ยังเป็นปกที่คาดว่าจะรองสุดท้าย โทนสีของภาพอมแดงนำเสนอโดยผู้แปลที่ถึงกับลงทุนนั่งทำปกเพื่อส่งเข้าประกวด คุณรัตนา ลีเลิศชัย ผู้ออกแบบปกของเราเลยจัดให้พร้อมกับแบบอื่นๆ อีกสองสามแบบ พร้อมแอบส่งเสียงกระซิบมาว่าชอบแบบนี้ที่สุด สาวๆ กำมะหยี่เลยมีใจโอนเอน
แต่ถึงจะเอนมาทางนี้แล้ว ก็ยังไม่แคล้วขอให้แก้ไขปรับโยกอีกหลายจุด เริ่มจากสลับที่ตัวหนังสือสีเหลือง แล้วเปลี่ยนสีใหม่จากสีเหลือง (เพราะเหมือนฟันเหลือง หึหึ เกี่ยวมั้ยล่ะน่ะ) เป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีเหลืองและไม่ใช่สีแดง (โดยไม่มีเหตุผลประกอบ) สันปกขอตัวอักษรสีขาวทั้งหมด ส่วนปกหลังโดยรวมโอเคแล้ว แต่อาจจะต้องปรับแก้ข้อความกันอีกรอบ หรือสองรอบ ก่อนจะส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ
ส่วนเนื้อใน ตอนนี้บ.ก. เล่มตรวจแก้ต้นฉบับแปลเรียบร้อยแล้ว ส่งให้คนแปลดูรอบนึง เผื่อมีทักท้วงยืนกราน เมื่อคนแปลโอเคให้ผ่าน ก็ทยอยส่งให้ผู้จัดหน้า ต่อด้วยฝ่ายพิสูจน์อักษร ก่อนจะย้อนมาให้เราดูรอบสุดท้าย เพื่อเปิดไฟเขียวส่งเข้าโรงพิมพ์
ตอนนี้ทุกขั้นตอนยังอยู่ในกำหนดเวลาทำงาน ยังไม่มีอะไรสาย
ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย น่าจะออกได้ทันตามกำหนดค่ะ
Posted by: GAMMEMagie in What are we doing now on
พ.ย. 04, 2009

การทำหนังสือบางครั้งก็มีเรื่องเกินคาดเข้ามาให้ปวดหัวกันเล็กๆ เรื่องบางเรื่องไม่น่าเป็นเรื่องแต่ก็เป็นเรื่องให้ต้องชั่งตวงวัดหาข้อมูลกันใหม่ และหลายครั้งก็ทำให้เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เปลี่ยนปกใหม่ ตั้งชื่อใหม่กัน
ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ ชื่อชุดหนังสือใหม่ที่จะเป็นผลงานลำดับต่อไปและลำดับสุดท้ายของปีนี้ แนวคิดคร่าวๆ เริ่มต้นคือ เป็นหนังสือที่ทำเพื่อหนอนหนังสือที่มีความผูกพันกับหนังสือ เพราะจะเป็นหนังสือที่มีหนังสือเป็นส่วนสำคัญหรือฉากสำคัญของเรื่อง ชื่อตุ๊กตาเริ่มแรกคือชุด "ชวนอ่าน" ที่ไปๆ มาๆ แล้วกลายเป็นชื่อที่ชวนเข้าใจผิดเสียมากกว่า เราจึงกลับลำกันใหม่เปลี่ยนชื่อเป็นชุด "คนรักหนังสือ"
โดยหนังสือเล่มแรกของชุดที่ได้ชื่อใหม่เหมาะสมได้ความหมายแล้วชุดนี้ คือหนังสือที่เราตั้งชื่อในภาษาไทยว่า "ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ" ชื่อภาษาไทยนี้ครอบคลุมทุกอย่าง นอกจากจะย้ำชื่อชุดให้ติดหูแล้ว ยังบอกเลาๆ ถึงเนื้อเรื่องในเล่ม
ปารีส - เป็นสถานที่เกิดเหตุในเรื่อง
พำนัก - เป็นสถานการณ์ในเรื่อง
คน - เรื่องราวของคน
รัก - มีเรื่องราวความรักด้วย
หนังสือ - เหตุเกิดในร้านหนังสือที่มีหนังสือกองสูงถึงเพดานในทุกห้อง
-- แล้วเป็นเรื่องชวนปวดหัวตรงไหน -- หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วตั้งคำถาม
เรื่องชวนปวดหัว คือ ชื่อหนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมี 2 เวอร์ชั่น คือ
1. Books, Baguettes and Bedbugs: The Left Bank World of Shakespeare and Co
กับ
2 Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co.
ชื่อแรกเป็นชื่อที่ขายในประเทศอังกฤษ ส่วนชื่อที่สองเป็นชื่อที่ขายในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศอื่นๆ
ชื่อแรกเป็นที่รู้จักกันในเมืองไทยมากกว่า ฝ่ายการตลาดจึงเสนอให้ใช้ชื่อนี้ ขณะที่ผู้แปลมองว่า ชื่อหลังตั้งได้เหมาะกับเนื้อเรื่องมากกว่า คนเขียนเขียนถึงประโยคหรือสำนวนนี้ในเล่มด้วย
จึงเกิดเป็นประเด็นเล็กๆ ที่ยังคาใจให้พวกเราต้องตัดสินใจกันต่อไปว่าจะเขียนชื่อไหนดีบนปก

ส่ง "ลูกรัก" ออกไปแล้วสองเล่มในงานสัปดาห์หนังสือที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ระหว่างที่รอให้ทีมงานที่ดูแลเรื่องการจัดส่งและเก็บหนังสือจากงานได้พักเหนื่อย คนอื่นที่เหลือก็เริ่มงานเล่มต่อไปอันได้แก่ "ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ" ในทันที
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกในชุด "ชวนอ่าน" ซึ่งเป็นหนังสือที่เราจัดทำเพื่อเอาใจนักอ่านโดยเฉพาะ โดยเราจะคัดหนังสือที่มีหนังสือเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง จะเป็นพระเอก หรือเป็นฉากหลัง เราไม่เกี่ยง
สำหรับเล่มแรกของชุดนี้เป็นเรื่องราวบันทึกจากชีวิตจริงของหนุ่มแคนาดาที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตพักชั่วคราวในร้านหนังสือเก่าแก่ระดับตำนานของกรุงปารีส ที่ชื่อ "เช็คสเปียร์ เอนด์ โค"
ต้นฉบับแปลเสร็จ ส่งให้บรรณาธิการเรียบร้อยตั้งนานแล้ว ทางด้านปก ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบแก้ไขให้ได้ดังใจสาวๆ ชาวพลพรรค ที่คัดมาใส่หน้าแรกของเว็บไซต์และเป็นภาพประกอบบล็อกในวันนี้เป็นแค่ "ตุ๊กตา" เท่านั้น
ปกหนังสือของกำมะหยี่ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ เราจะพยายามคงเอกลักษณ์ของเราไว้ด้วยการใช้ภาพถ่าย แล้วมอบหมายให้นักออกแบบปกนำไป "จัดการ" ให้ออกมาสวยงาม มีหลายคนคิดว่านักออกแบบของเราช่างโชคดีมีรูปถ่ายให้แล้ว น่าจะทำงานง่าย แต่คนเหล่านั้นไม่รู้หรอกว่าชาวกำมะหยี่จู้จี้ขนาดไหน อยากได้ทุกสิ่ง อยากเห็นทุกอย่าง ช่วยเติมอันนั้นนิด แก้ตรงนั้นหน่อย ลองทำแบบนี้ให้ดูนิดนึงสิ ขอพรุ่งนี้เลยได้มั้ยคะ
ปกของเล่มนี้ จึงยังต้องผ่านด่านอีกเยอะค่ะ