ThaiEnglish

ต้อนรับ "ไก่ใส่พลัม"

อืดฉืดล่าช้าอยู่เนิ่นนาน ในที่สุด "ไก่ใส่พลัม" ก็คลอดออกมาเสียที  พลพรรคกำมะหยี่จึงจัดแปลบทสัมภาษณ์มาร์จอเน่ ซาทราพิ ผู้เขียน มาฝาก >> คลิกไปอ่าน

GAMMEMagie's Blog
aticha Description:
กระดานแจ้งข่าวล่าสุดของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ หนังสือเล่มใหม่ ชื่ออะไร ออกวางแผงเมื่อไหร่ ชาวพลพรรคกำลังทำอะไรกันอยู่ --- ติดตามรับรู้ได้ที่นี่จ้ะ

 

วันนี้ได้ฤกษ์อัพรูปปกที่ผ่านเข้ารอบแรกเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ ขึ้นเฟซบุคเพจ เปิดให้ลงคะแนนโหวตผ่าน Like  ปิดรับเสียงวันที่ ๑ เดือนหน้า  เพิ่มเติมต่อจากเล่ม "คำสาปร้านเบเกอรี" ที่จะนับคะแนนวันที่ ๒๔ เดือนนี้ 

กิจกรรมเดียวกันของเล่ม "ราตรีมหัศจรรย์" จะสิ้นสุดในอีกสองวัน คือ เที่ยงคืนวันที่ ๑๗ วันมะรืนนี้

นอกจากสามเล่มนี้ ตอนนี้เรื่องปกๆ ที่เรากำลังดูกันอยู่อีกเล่มนึง คือ เฮย์-ออน-ไวย  เมือง/รัก/หนังสือ  เล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก จึงใช้ระบบเผด็จการนายทุน จัดทำเลือกสรร ปรับแก้ ติชม จู้จี้จุกจิกกันภายในสำนักพิมพ์  เล่มนี้ได้คุณรัตนา ผู้ออกแบบปกเล่ม ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ  ซึ่งอยู่ในชุด "คนรักหนังสือ" ชุดเดียวกับเล่มนี้มาดูแล เพื่อให้แนวทางการออกแบบไปในทางเดียวกัน ดูเป็นชุดเป็นเหล่า

คุณรัตนาส่งแบบมาสามแบบ แอบเอามาอวดที่บล้อกนี้แค่แบบเดียว  อีกแบบนึงเอาไปแปะหน้่าแรกของเว็บไซต์ ในช่อง "วางแผงเร็วๆ นี้"   อย่างไรก็ตามปกที่หลุดLeakออกมาในตอนนี้ ยังเป็นเพียงตุ๊กตา เปรียบดั่งผลไม้ดิบ ยังต้องผ่านกระบวนการทำสุกอีกหลายขั้น กว่าจะได้ปกสุดท้ายออกมา 

sixcover 

สำหรับเนื้อใน ตอนนี้บรรณาธิการตรวจใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว เหลืออีกแค่บทเดียว เดี๋ยวพอผู้แปลเปิดตรวจดูจุดที่บรรณาธิการตรวจแก้และตั้งคำถามเสร็จ ต่อด้วยขั้นตอนพิสูจน์อักษร ส่งจัดหน้า  บรรณาธิการเล่มดูอีกรอบ ผู้แปลดูอีกรอบ ฝ่ายพิสูจน์อักษรดูอีกรอบ หัวหน้ากองบรรณาธิการดูอีกรอบ บรรณาธิการบริหารดูอีกรอบ  ก็ส่งไฟเขียวเข้าโรงพิมพ์  ดิจิตอลปรูฟกันอีกรอบ แล้วจึงลงเพลต ขึ้นแท่นพิมพ์ 

แล้วหนังสือดีๆ อีกเล่มหนึ่งก็จะคลอดออกมาให้นักอ่าน "คนรักหนังสือ"  ชาวไทยได้ทำความรู้จักกับ "เมือง/รัก/หนังสือ" 

 

ปิดท้ายด้วยความเห็นของคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว 

 เฮย์-ออน-ไวย / เมือง / รัก / หนังสือ เป็นหนังสืออ่านสนุกเกี่ยวกับหนังสือและผู้คนที่อยู่ท่ามกลางหนังสือจำนวนมากในเมืองเล็กๆ ของเวลส์ ซึ่งชื่อเมืองนั้นกลายเป็นคำพ้องความหมายกับคำว่า คนบ้าหนังสือ พอล คอลลินส์ เล่าถึงที่นั่นด้วยความรักเหมือนที่เขารักหนังสือหายากและตัวละครประหลาดที่อยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือของร้านหนังสือหลายแห่งในเฮย์-ออน-ไวย”  เฮนรี เปโตรสกี, ผู้เขียนหนังสือ หนังสือบนชั้นหนังสือ 

 

 

 


 

สวัสดีค่ะ 

 BB หลังจากหนีไปเที่ยว เอ้อ... ไปเก็บภาพประกอบที่เฮย์-ออน-ไวย  ตอนนี้ได้เวลาเข้ากลับสู่สถานีประจำการ  

สำหรับเล่มนี้ ก็ไม่มีข้ออ้างแล้วว่าต้องรอภาพ  บรรณาธิการตรวจเสร็จ  ลงเลย์เอาท์ ออกแบบปก แล้วพิมพ์ได้เลย  (ฟังเหมือนง่ายมาก แต่ความจริงแล้วคุณนายละเอียดอย่างเรามักจะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าอภัยเสมอๆ ) 

ฝั่งเฮียมู  มีหนังสือหลายเล่มรอให้ดำเนินการทำคลอด ทั้งที่คลอดไปแล้ว แต่ต้องจับมาอาบน้ำประแป้งแปลงโฉมหน้าปกใหม่  อย่าง ราตรีมหัศจรรย์ คำสาปร้านเบเกอรี และปีศาจแห่งเล็กซิงตัน  (รอปกจากผู้ส่งเสนอร่วมสนุก ซึ่งจะหมดเขตวันที่ 30 นี้ กรรมการคัดเลือกแล้ว เปิดโหวตทางเฟซบุค   / ตรวจทานเนื้อใน หาคำสะกดผิด คำแปลพลาด จากคำทักท้วงที่มีผู้อ่านส่งมา)

แล้วก็ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่มีผู้อ่านและร้านค้าสอบถามผ่านสายส่งมาว่าจะพิมพ์ใหม่อีกรอบหรือเปล่า  (ยังไม่รู้ ยังไม่ได้ตัดสินใจ พิมพ์ใหม่น่ะพิมพ์แน่ๆ แต่ทำปกใหม่หรือเปล่า  ถ้าทำ ก็ต้องรอแบบปกใหม่อีกรอบ  เวลาก็ยืดออกไปอีก) 

ทั้งเล่มใหม่ที่เราติดต่อขอลิขสิทธิ์ไป และรอสัญญาอยู่ (หรือเขาอาจกำลังรออะไรจากเรา ถึงได้เงียบไป) อย่าง สดับลมขับขาน และพินบอล 1973  ซึ่งจะออกเป็นชุดพร้อมการพิมพ์ใหม่ แกะรอย แกะดาว   (ออกแบบปกใหม่ให้เข้าชุดกันสวยงามทั้งสามเล่ม  ตรวจทานเนื้อใน เพิ่มเติมคำอธิบายบุคคลที่ได้รับการกล่าวถึงในเรื่องในท้ายบบท คำอธิบายที่ถ้าผู้อ่านอยากรู้ก็จะได้รู้ ไม่อยากรู้ก็เปิดข้ามไป) 

 ไหนจะ   1Q84  ผู้แปลและกองบรรณาธิการทำงานกันแข็งขัน คืบหน้า น่าชื่นใจ  มั่นใจอย่างยิ่งว่า  ออกทันตุลาคมนี้เป็นแน่แท้ ส่วนปก ... ยังไม่รู้ ยังไม่ได้คิด  

ปีนี้หนูขอแค่นี้ก่อนนะคะเฮีย  ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ 

ฝั่งป๋าคุน(เดอรา)  ที่เราทำไม่รู้ไม่ชี้ขอลิขสิทธิ์ขอทำอีกหนึ่งเล่ม ทั้งๆ ที่อืดอาดยังไม่ออก  Identity เสียที  ป๋าคงตงิดๆ เด็กพวกนี้ กล้าดียังไง เลยถามผ่านเอเจนซีมาว่า สนพ.เราเคยพิมพ์งานแปลของใครบ้าง และคิดว่าจะทำเสร็จทันกำหนดในสัญญาหรือเปล่า 

คำถามข้อแรก เราคงตอบไปได้อยากภาคภูมิ ว่าเราออกงานของ ฮารูกิ มูราคามิ เชียวนะเจ้าคะ   (เอ๊ะ ... ชักเริ่มสงสัยอยู่ว่าป๋าคุนอยู่ในพวกที่อ่านแล้วชอบหรืออ่านแล้วเกลียดงานของเฮียมูหว่า)   หนังสือเล่มอื่นๆ ของเราก็มีสาระ เปี่ยมคุณค่าน่ารักใคร่  เฟซบุคของเรามีคนมา Like ตั้งสองพันกว่าคน (เอ... หรือตัวเลขจะยังไม่พอ สงสัยต้องไปหาหน้าม้ามาช่วยกันคลิกเพิ่มเติม) 

ส่วนเรื่องเสร็จทันกำหนดหรือไม่ เล่มที่จะขอใหม่นี้ ได้นักแปลภาษาอังกฤษมืออาชีพชื่อดังมารับหน้าที่ ไม่ใช่นักแปลหลายหัว เปลี่ยนหมวกไม่ค่อยจะทันอย่างเล่มเดิมแล้ว ติดอยู่นิดที่ว่า ป๋าเข้าใจว่าจะแปลจากภาษาฝรั่งเศส  คงต้องแจกแจงไปว่า เดี๋ยวเราจะตรวจทานกับต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสที่ป๋า "ชำระ" จนสะอาดสะอ้านแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง  พร้อมกันนี้นักแปลกระซิบลอยลมมาว่า น่าจะอ้อนขอออก Identity ในช่วงเวลาใกล้ๆ กันไปเลยสิ  จะได้ไม่ขาดตอน  

ป๋าจะว่ายังไง จะนำมารายงานต่อไป

วันนี้ขอปิดท้าย ด้วยท่อนหนึ่งในเล่ม สดับลมขับขาน 

หากคุณต้องการงานศิลปะหรืองานวรรณกรรม คุณก็ต้องหางานของนักเขียนกรีกมาอ่าน หากต้องการศิลปะพิสุทธิ์ จะต้องกำกับไว้ด้วยการมีทาสอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะนั่นเป็นวิธีที่ชาวกรีกโบราณรจนางานเขียน ในยามที่ทาสอาบเหงื่อต่างน้ำ เพาะปลูกในทุ่ง ตระเตรียมอาหาร หรือโหมแรงกรรเชียงเรือ ปราชญ์เสรีชนจะนอนเอกเขนกอาบแดดอุ่นของย่านเมดิเตอร์เรเนียน ประดิดประดอยถ้อยคำ หรือเขียนสูตรคณิตสาสตร์ วิธีนั้นจึงจะสรรค์สร้าง ผลงานศิลปะได้

สำหรับสามัญชน ผู้ไปคุ้ยหาอาหารมาประทังความหิวจากตู้เย็นตอนตีสาม ไม่อาจจะรังสรรค์งานเขียนงามงดเช่นนั้นได้

รวมผมอยู่ในกลุ่มนี้อีกคน  

 

ป.ล. หวังว่าป๋าคุนจะไม่ต้องการศิลปะพิสุทธิ์ในรายการหนังสือที่เราแปล เพราะประเทศเราเลิกทาสมานานแล้ว  (เกี่ยวมั้ย) 

 ป.ล. ๒  รูปประกอบก็ไม่ค่อยเกี่ยวนะ  

 


เขียนที่ : เฮย์ - ออน - ไวย, สหภาพอังกฤษ
ภารกิจ : ถ่ายรูปสำหรับทำปก และรูปประกอบหนังสือเรื่อง เฮย์ - ออน - ไวย : เมือง / รัก / หนังสือ  ซึ่งแปลจาก Sixpence House (Lost In A Town Of Books)

วันที่ ๑ ถึงครึ่งแรกของวันที่ ๒

HOW ในที่สุดก็มาถึงเมืองหนังสือ เฮย์ - ออน - ไวย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช็คอินเข้าโรงแรมสวอนแอทเฮย์เมื่อตอนบ่ายครึ่ง  เติมพลังด้วยอาหารกลางวันแล้ว ได้เวลาสำรวจเมืองคร่าวๆ รอบแรก  สายตาจับจ้องมองชื่อร้าน ชื่อบ้าน ชื่อถนน พยายามนึกว่าเป็นชื่อที่กล่าวถึงในหนังสือหรือเปล่า

เดินถ่ายรูปโดยรวมไปเรื่อยๆ ได้ความคิดกันว่า การเดินย้อนรอยตามคนเขียนไปเจาะสถานที่หรือคนที่อยู่ในเล่มเฉยๆ ไม่น่าจะพอ  สถานที่บางแห่งที่เจอได้เปลี่ยนไปจนไม่เหลือบรรยากาศเก่าๆ ที่ผู้เขียนบรรยายแล้ว  ซึ่งไม่แปลก เรื่องราวในหนังสือเกิดขึ้นเมื่อปี 2002 เก้าปีผ่านไป สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป  จากเมืองที่มีร้านอินเตอร์เน็ตแห่งเดียว กลายเป็นเมืองที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายไวไฟแผ่กระจายทั้งเมือง ปัจจุบัน เฮย์กลายเป็นเมืองฮิปๆ เป็นจุดจัดเทศกาลเก๋ๆ มีร้านพวกศิลปะหัตถกรรมผุดขึ้นมากมาย รวมทั้งร้านเสื้อผ้าสตรี ทั้งแนวคุณย่ากระเป๋าหนัก คุณแม่ผู้รักธรรมชาติ ไปจนถึงแนววินเทจย้อนยุค

เราจึงตั้งหลักใหม่ เราจะถ่ายภาพที่สะท้อนว่าเมืองนี้รักหนังสือ มีหนังสือให้เห็นอยู่ทั่วไปในมุมแปลกๆ  

ตกค่ำ (ฤดูใบไม้ผลิอย่างนี้ ฟ้ามืดตอนสามทุ่มครึ่ง) ส่งอีเมลรายงานท่านหัวหน้ากองบรรณาธิการ  บรรณาธิการจัดการ และผู้แปลหนังสือเล่มนี้ (รวมทั้งสิ้นหนึ่งคน)  ท่านหาวหวอดเพราะตอนนั้นเลยเที่ยงคืนเวลาเมืองไทยแล้ว กรีดนิ้วพิมพ์แป้นตอบมาว่า น่าจะลองถ่ายรูปที่เป็นคอนเสปท์วัฐจักรของชีวิตหนังสือ หรือตามรอยผู้แต่ง หรือพอร์เทรตคนที่คนเขียนพูดถึง

อันแรกไม่น่าจะยาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปถ่ายได้ลงจังหวะพอดีหรือเปล่า มีเวลาอีกสองวันน่าจะพอ  อันที่สอง อาจจะลองดูได้ แต่ไม่รับประกันว่าสถานที่ทุกแห่งจะเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหนตามกฎแห่งการเปลี่ยนแปลง   อันที่สามไม่ได้แน่ๆ เพราะด้วยนิสัยของผู้กำกับภาพ เจ้าสำนักพิมพ์ บรรณาธิการบริหาร ผู้ช่วยตากล้อง (รวมทั้งสิ้นหนึ่งคน) เธอจะหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้คนให้น้อยที่สุด การเข้าไปแนะนำตัวพูดคุยพบปะกับผู้คน เพื่อขอถ่ายภาพพอร์เทรตจึงตัดออกไปได้เลย

 

How2 เมื่อวาน ผ่านหน้าประตูใหญ่แห่งหนึ่ง เขียนบอกว่าเป็นโกดังเก็บหนังสือมือสองที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราเลยยกกล้องยิง  มีหญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านมา ด้วยจังหวะแปลกๆ สักอย่าง ในตอนท้ายเธอพูดว่า "ของบางอย่าง ควรปล่อยให้เก่าสลายไป มากกว่าปรับปรุงให้คงอยู่"

 โปรแกรมตอนเช้าวันนี้  เข้าปราสาทร้านหนังสือกลางใจเมือง ซึ่งอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ต้องบริจาคเงิน 50 เพนนีที่เคาน์เตอร์เก็บเงิน

ถ่ายรูปจนทั่วแล้ว จะแวะไปดูร้านเสื้อผ้าวินเทจที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง ป้ายที่หน้าร้านบอกว่าร้านนี้เปิดเฉพาะวันพฤหัส กับ วันเสาร์  เป็นจริงดังที่คนเขียนว่า คนอังกฤษชอบปิดร้านมากกว่าเปิดร้าน

 

 


 

Sixยกเครื่องพรินเตอร์ออกมาเสียบสาย เปิดไฟล์ต้นฉบับ Sixpence House กดปุ่มสั่งพิมพ์  ได้กระดาษขาวเปื้อนหมึกดำหนึ่งปึกใหญ่  (ลืมลดขนาดฟอนต์ก่อนสั่งพิมพ์ ไม่เป็นไร เปลืองกระดาษดีกว่าปวดตาจ้องตัวหนังสือตัวเล็กๆ) 

วันอาทิตย์อย่างนี้ ถ้าไม่จำเป็น จะไม่ทำงาน แต่ครั้งนี้ไม่อาจรอถึงวันจันทร์พรุ่งนี้ได้

ยังมีข้าวของต้องเก็บลงกระเป๋าเดินทางอีกเพียบ พาสปอร์ตที่มีวีซ่าอังกฤษติดเรียบร้อย ไปรับมาอย่างเฉียดฉิวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานอนรออยู่ในลิ้นชัก ใจคงตุ้มต่อมไม่ต่างเจ้าของว่าจะไม่ถูกหลงลืม

จุดหมายปลายการเดินทางครั้งนี้ คือ เมือง Haye on Wye ที่แคว้นเวลส์แห่งสหภาพอังกฤษ  

จุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้ คือ ไปเก็บภาพถ่ายเมืองที่เป็น "ฉาก" ของเรื่องราวในหนังสือ Sixpence House, Lost in a town of books. ของ Paul Collins เพื่อนำมาทำปกและรูปประกอบข้างในหนังสือ 

เอิ่ม ... ใช่ค่ะ  สนพ.กำมะหยี่ ไม่ได้ทำแต่หนังสือของฮารูกิ มูราคามิ เพียงคนเดียว  เรามีความรักความชอบในหนังสืออื่นๆ ของคนเขียนอื่นๆ ด้วย แต่ไม่ต้องห่วงว่าสายการผลิตจะหยุดชะงักงันนะคะ ถึงทีมงานบางส่วนจะปลีกเวลา ปลีกใจไปดูแลหนังสืออื่นก่อน แต่เพื่อนร่วมงานของเราก็ยังตั้งตกตั้งใจเข้ากะโรงงาน (นรกนิดๆ) ผลิตหนังสือของเฮียมูกันไปเรื่อยๆ ในระหว่างนี้ 

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องยกกองถ่ายทำ (สองคน) เปลืองเงินเปลืองทอง เปลืองเวลา เปลืองทรัพยากรโลกนั่งเครื่องบินผลาญนำ้มันอันแพงหูฉี่ไปถ่ายรูปที่ Haye on Wye ด้วย ปกง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยาก  รูปประกอบไม่ต้องมีก็ได้ไม่ใช่หรือ

ได้ค่ะ ทำอย่างนั้นก็ได้ ไม่เห็นยากเลย แต่มันจะสนุกตรงไหนล่ะ  

เราอยากให้หนังสือชุด "คน/รัก/หนังสือ" ของเรามีเอกลักษณ์น่ารักๆ  ให้คนอ่านได้นึกภาพสถานที่ที่เรื่องราวในเล่มเกิดขึ้นชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้  

เราอยากไปเห็น อยากให้คนอ่านได้เห็นร้านหนังสือเช็กเปียร์แอนด์โคที่ปารีส ในเล่ม ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ  อย่างน้อยผ่านรูปถ่ายที่เราตั้งใจไปถ่าย  ถึงกับต้องปลอมแปลงพลิกแพลงข้อมูลตอนที่ทำเรื่องขอถ่ายรูปร้านดังร้านนั้นว่า เราจะเขียนบทความลงนิตยสารที่เมืองไทย (ซึ่งก็ไม่ได้โกหก เพราะเราติดต่อนิตยสารเอาไว้แล้ว จะเขียนจริงๆ แต่ยังไม่ได้เขียนเท่านั้นเอง)  เราไม่อาจบอกจุดประสงค์หลักว่าเราถ่ายรูปเพื่อประกอบหนังสือเล่มนี้ เพราะถ้าบอกความจริงไป คนเขียนอีเมลมาบอกว่าระวังทางร้านจะไม่ให้ถ่าย เพราะเขามีเรื่องมีราวกัน (ซึ่งก็เป็นเรื่องตามประสามนุษย์เดินดิน เรื่องของพวกเขา พวกเราไม่เกี่ยว) 

พอมาถึงเล่มนี้ เหตุเกิดในเมือง Haye on Wye ที่เราพอจะไปเยี่ยมเยียนเก็บมาฝากได้  แล้วทำไมเราจะนิ่งดูดาย แถมในใจยังแอบหวังว่าจะมีเรื่องสนุกๆ เข้ามาให้หัวเราะ มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟังอีก 

 

 



Belex

 

เปิดสงกรานต์มาวันนี้ เราส่งอีเมลไปหาคุณนุ ณ อมรินทร์ สายส่งแสนดีของเรา นอกจากเพื่อดำเนินการเรื่องการส่งหนังสือไปเข้าคลังเพื่อกระจายตามร้านหนังสือทั่วประเทศแล้ว เรายังขอคุณนุเบิกหนังสือที่เราขายหมดเกลี้ยงในงานหลายปก โดยเฉพาะหนังสือของเฮียมู ขายดีอย่างกับเทน้ำ 

ได้คำตอบกลับมาว่าหนังสือหมดคลังเหมือนกัน ไม่มีให้เบิกแล้ว ที่เหลือตามร้านก็เหลือไม่กี่เล่ม  ถ้าสนพ.จะพิมพ์ใหม่ แนะนำให้ปรับปกและเปลี่ยน ISBN 

พิมพ์ใหม่ก็พิมพ์ใหม่ พิมพ์ไล่เลี่ยกันไปให้เฮียมูวางเต็มแผงสักตั้ง  อย่าเรื่องมาก  โยกโย้เยอะแยะ เดี๋ยวจะยืดยาดหย่อนยาน (ตอนนี้ไฟของพลพรรคกำลังร้อนฉ่า สมควรตีเหล็กตอนที่ยังพอตีได้ เดี๋ยวไฟมอดจะมีรายการดองยาว) 

จึงตัดสินใจกันว่าจะเปิดรับปกใหม่ของเล่ม "คำสาปร้านเบเกอรี" กับ" ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" แบบปิดรับพร้อมๆ กับเล่ม "ราตรีมหัศจรรย์" ซึ่งสงสัยกำหนดส่งจะยาวไปหน่อย แบบปกเลยไหลเข้ามากระปริบกระปรอย สงสัยน้ำสงกรานต์จะยังไม่แห้ง หรือไม่ไฟยังไม่มา

 

ส่วนเล่มวิ่ง หรือ เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง ยังไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะเราได้ซื้อลิขสิทธิ์รูปเฮียมูยามวิ่งท้าสายลมหรือหยุดพักตามลมมาเป็นภาพประกอบข้างในหลายรูป  เราควรเปิดให้ใช้ทั้งหมด ให้คนออกแบบไปเลือกกันเอง หรือควรกำหนดเอารูปเดิม  

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ รูปเหล่านี้ เราไม่ควรจะอัพโหลดขึ้นไปให้ดาวน์โหลดกันพร่ำเพรื่อ เพราะไม่ใช่รูปปลอดลิขสิทธิ์ ถ้าหลุดกระจายไปทั่ว เราอาจจะมีปัญหากับเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ 

หรือว่าจะทำอย่างที่ในวงการลิขสิทธิ์หนังสือเขาทำกันเวลาส่งต้นฉบับไฟล์พีดีเอฟให้อ่านพิจารณาก่อน ด้วยการเปิดให้แจ้งความจำนงขอรับไฟล์ ให้คนรับไฟล์เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะใช้ไฟล์เพื่อการออกแบบปกเท่านั้น ไม่เอาไปกระจายแจกจ่ายต่อ 

ขอตั้งเป็นคำถามประจำวันเอาไว้ก่อน  ขอตัวไปทำประกาศเปิดรับสองเล่มเรื่องสั้น (ด้วยการ copy และ paste) ก่อนนะคะ 

 

 

 


1664

Posted by: GAMMEMagie in GammeMagies news on

1664

 

1664 ตัวเลขนี้มีความหมายแตกต่างกันไปสำหรับคนแต่ละคน 

มีบางคนแถวนี้เห็นชื่อแล้ว นึกถึงเบียร์ฝรั่งเศส ที่มีชื่อเล่นสองแบบ บ้างเรียก 16 บ้างเรียก 64

แต่ในวันนี้ 1664 สำหรับพวกเราชาวกำมะหยี่ คือ จำนวนหนังสือที่ขายได้ในงานหนังสือตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 6 เมษายน 2554 ผ่านบูธมิตรสหาย (ระหว่างบรรทัด, อัลเธอเนทีฟไรเตอร์, วารสารใต้ดิน, วงกลม, โอเพ่น ฯลฯ )  เรานับรวมหมดทั้งหนังสือใหม่ หนังสือเก่า หนังสือที่ลดปกติ 20% ลดพิเศษ 50% 

ปกติตัวเลขยอดขายแบบนี้ ไม่ค่อยมีใครเขาเอามาแสดงต่อสาธารณะกัน แต่ในครั้งนี้เราจำเป็นต้องแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบ เพราะเราได้ประกาศเอาไว้ก่อนหน้างานว่าเราและผู้ที่อุดหนุนหนังสือของเราในงานจะได้ร่วมกันทำบุญในโครงการ Q บาท ช่วยเพื่อนร่วมชาติของเฮียมู Haruki Murakami   โดยหนึ่งเล่มที่ขายได้ = บริจาค 9 บาท 

 1664 x 9 = 14 976 บาท  

คุณศรรวริศา บรรณาธิการจัดการของเราจะนำเงินจำนวนนี้ไปมอบให้กับหน่วยงานที่รับบริจาค (ตอนนี้ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นที่ไหนดี) เป็นลำดับต่อไป  

 

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกันทำบุญร่วมขัน แล้วพบกันชาติหน้านะคะ

 

ป.ล. เมื่อกี้เพิ่งตกลงกันว่าจะแบ่งเงินบริจาคครึ่งนึงไปช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราที่ภาคใต้  คิดว่าเฮียมูคงไม่ว่าอะไร

   

 



เมื่อวานติดประกาศสั้นเรื่องรับต้นฉบับอย่างสั้น บนหน้าเว็บไซต์ เว็บบล็อกและเฟซบุคเพจของเราเรียบร้อยแล้ว  ตอนบ่ายๆ ก็ส่งอีเมลไปหาเว็บมาสเตอร์แชมป์ ณ เอ็กซ์ทีน.คอม  เพื่อขอรบกวนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ส่งข่าวนี้ให้กับสมาชิกของเว็บไซต์  เพราะสมาชิกเว็บไซต์นี้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นแหล่งชุมนุมใหญ่นักชอบเขียน 
 
เย็นย่ำนิดๆ มีอีเมลตอบมาว่าประกาศให้เรียบร้อยแล้ว คลิกลิงก์เข้าไปดู ได้เห็นโครงการที่น้องแชมป์ (เห็นตัวจริงแล้วคิดว่าเป็นน้องแน่นอน จึงถือวิสาสะเรียกอย่างเป็นกันเองเช่นนี้) ได้ริเริ่มขึ้นเรียกว่า "ฐานข้อมูลนักอยากเขียน" (  http://champcpe.exteen.com/20110407/entry ) ซึ่งอธิบายว่า   
 
WannaWrite หรือ “ฐานข้อมูลนักอยากเขียน” คือสถานที่รวบรวมเหล่านักเขียน-นักวาด ผู้มีฝีมือ และพลังสร้างสรรค์ที่ต้องการจะแสดงพลังเหล่านั้นออกมาสู่สายตาของนักอ่านในรูปแบบของเล่มหนังสือ โดยทางทีมงาน exteen จะเป็นผู้ประสานงานส่งรายชื่อบล็อกที่เข้าตาหรือมีผลงานตรงกับความต้องการของสำนักพิมพ์ ให้กับบรรณาธิการสำนักพิมพ์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 5 ราย ให้ได้เห็นถึงความสามารถของนักเขียน-นักวาดเหล่านั้น
 
Exteen 
 
นับเป็นโครงการที่ฉลาดล้ำ  วิน-วิน-วิน ทั้งสามฝ่าย สำนักพิมพ์ได้มีช่องทางพบปะนักเขียนใหม่ๆ นักเขียนได้ช่องทางในการเจาะเข้าสำนักพิมพ์ ส่วนเว็บไซต์เองมีจุดเด่นที่ชัดเจน เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นสื่อกลางระหว่างสำนักพิมพ์กับนักเขียน
 
เมื่อคืนนี้เลยถือโอกาสเข้าไปเปิดบล็อกของกำมะหยี่ที่ exteen  (http://gammemagie.exteen.com ) เพ่ือจะได้เข้าไปตอบข้อสงสัยเรื่องการรับต้นฉบับเรื่องสั้นอย่างสั้น  รู้สึกเขินนิดๆ เหมือนคุณป้าเดินหลงเข้าหมู่หนุ่มสาว  แต่เมื่อมาพิจารณาชื่อเว็บไซต์อีกรอบ exteen แล้วก็หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้  ง่ายๆ แค่เติมขีดไปสักนิด ex-teen (วัยเคยรุ่น) ความตะขิดตะขวงใจก็จางหาย
 
 
  
 
 

rat

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ทำโพลสอบถามแฟนๆ ที่เฟซบุคเพจของสำนักพิมพ์ว่าต้องการให้เราซื้อลิขสิทธิ์ผลงานของฮารูกิ มูราคามิ เล่มไหนมาจัดพิมพ์ซ้ำอีกรอบ ผลออกมา คือ พินบอล 1973, รักเร้นในโลกคู่ขนาน และสดับลมขับขาน ได้รับเสียงเรียกร้องเป็นอันดับแรกๆ 

เปิดโหวตแบบประชาธิปไตยไปแล้ว เราก็นำระบบเผด็จการนายทุนมาใช้ต่อ พลพรรคกำมะหยี่รวมทั้งสิ้นสองคนลงความเห็นอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ควรทำ พินบอล 1973 และ สดับลมขับขาน ก่อน เพราะสองเล่มนี้อยู่ในชุด "ไตรภาคมุสิก" ถ้าทำออกมารวมกับเล่ม "แกะรอย แกะดาว" ที่เราออกไปแล้วก่อนหน้า หนังสือชุดนี้จะได้ครบชุดเสียที

ส่วนรักเร้น กรุณารอหน่อย กำลังคนเราน้อย เราต้องค่อยๆ ทำ

อีกเล่มหนึ่งที่เราว่าควรจะทำคือ อาฟเตอร์ เดอะ เควก ที่พี่ยักษ์คมสัน นัน ผู้แปล เคยสอบถามมาว่ากำมะหยี่มีโครงการจะพิมพ์ใหม่หรือเปล่า แล้วทางเราตอบอ้อมแอ้มไปว่า ทำค่ะแต่อาจจะต้องรอนิดนึง ซึ่งพี่เขาก็ตอบกลับมาแบบไม่เก็บงำน้ำเสียงประชดประชันเสียเท่าไหร่ว่า "ชั้นรอด้าายย" 

การจะนำอาฟเตอร์ เดอะ เควก มาทำใหม่ ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังตกอยู่ในช่วง อาฟเตอร์ เดอะ เควก อีกครั้งอย่างในตอนนี้ ในทางการตลาดน่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะเหม็ง  แต่เราไม่คิดว่าจุดนั้นเป็นสาระสำคัญ เพราะเรามั่นใจ หนังสือของเฮียมู ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว ขายหมดเร็วหรือหมดช้า เราอดทนรอได้นานแค่ไหนก็ได้เท่านั้น เหตุผลที่เราอยากจะทำเป็นเพราะคนอ่านคนไทยในยุคนี้ ยุคที่ได้เห็นภาพ ได้รับทราบข่าวสารแบบแทบจะไร้พรมแดน จะเข้าใจหนังสือเล่มนี้ เข้าใจความรู้สึกว่างเปล่า ความรู้สึกว่าชีวิตช่างบอบบางที่อยู่ในใจคนญี่ปุ่นหลังเจอมหันตภัยธรรมชาติได้อย่างชัดเจนยิ่ง

ตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว ก็ส่งอีเมลให้คุณเจน ณ ซิลก์โรด เอเยนซี่คนเก่งของเราให้ติดต่อเอเยนซีทางญี่ปุ่น ได้ความว่า พินบอลกับอาฟเตอร์ ลิขสิทธิ์ว่างแล้ว  ส่วนสดับลม ตอนเขียนไปถามดันลืมใส่ไปด้วย เลยยังไม่รู้  และแอบหวั่นใจนิดๆ ว่าเฮียจะให้หรือเปล่า เพราะไปเห็นที่ไหนก็ไม่รู้บนเน็ตบอกว่า เฮียไม่ขายเล่มนี้ให้แปลเป็นอังกฤษแล้ว เพราะเห็นว่าไม่ควรค่าน่าพิมพ์เผยแพร่  เดี๋ยวคงได้รู้ว่าจะยังไงกับภาษาไทย 

 

 เฮียอ่ะ อย่าเยอะได้มั้ย  ตอนลุ้นน่ะ มันเหนื่อยนะคะ 

 

 


FF

เดือนมีนาคมมาแล้ว  งานหนังสือใกล้เข้ามาอีกแล้วครับท่าน

คำถามประจำเทศกาลนี้คงไม่พ้น  สำนักพิมพ์มีหนังสือใหม่ออกหรือเปล่า 

ถ้าไม่มี เราจะตอบว่า ไม่มีค่ะ เราเลิกยึดติดว่าต้องรีบออกหนังสือให้ทันงานหนังสือกันแล้ว

ในกรณีที่มี  ถึงเราจะเลิกยึดติดแล้ว แต่ก็อดจะดีใจไม่ได้ว่าได้เข้าร่วมเป็นสีสันให้นักอ่านชื่นใจ สมกับที่ต้องออกจากบ้านไปเดินฝ่าฝูงชนตามหาหนังสือใหม่ที่หมายใจอยากเป็นเจ้าของก่อนใคร

รายงานความเคลื่อนไหวกันดีกว่าเนอะ  งานหนังสือมีนาคม 54 นี้ เล่มที่น่าจะออกทันงานหนังสือ อาจจะก่อนหรือระหว่างงาน คือ "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านพ้นขั้นตอนการตรวจดิจิตัลปรูฟ เตรียมลงเพลตขึ้นแท่นพิมพ์แล้ว 

ส่วน "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ฉบับพิมพ์ครั้งใหม่ เนื้อหาเรื่องสั้นที่เพิ่มเปลี่ยนเข้ามาจัดเลย์เอาท์รอบแรกใกล้เสร็จแล้ว  ส่วนปกใหม่ อยู่ระหว่างการรอผลโหวตในเฟซบุคเพจของสำนักพิมพ์  ปิดรับโหวตเที่ยงคืนวันนี้  ระหว่างที่รอๆ อยู่นี้ คุณโอ้ - พงศธร  ผู้ออกแบบปกได้ส่งแบบปกหลังพร้อมคำโปรยมาให้  เหลือปรับแก้อีกนิดหน่อย รอผลโหวตแล้วปรับให้ตรงกับแบบที่ได้รับเลือก ก็น่าจะส่งเข้าโรงพิมพ์ได้พร้อมกับเนื้อในที่รอตรวจหาจุดแก้ไข 

จะออกทันงานหนังสือหรือไม่ แม้ปากจะบอกว่าเลิกยึดติด แต่ก็แอบมีลุ้นกันอยู่เล็กๆ ลึกๆ   

 

 

 



JM
 
คุณภาณุเจ้าเสน่ห์ นักออกแบบปกของเราใช้ความสามารถส่วนตัวกล่อมทางโรงพิมพ์จนสามารถได้เห็นและเป็นเจ้าของหนังสือที่พิมพ์เสร็จแล้วก่อนใคร  สร้างความงุนงงให้กับทางกองบรรณาธิการและคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ผู้แปลเป็นอันมาก 
 
นอกจากเจ้าเสน่ห์แล้วยังน่ารัก  (ฮื่มมมม) ไม่ลืมถ่ายรูปส่งผลงานมาให้ดู  เมื่อถามความเห็น (ด้วยดวงตาร้อนผ่าว)  เขาบอกว่าหนังสือสวย ดูดี (เพราะแบบปกสวยอยู่แล้ว ...เอิ๊ก) เนื้อข้างใน พิมพ์สีม่วงสวยสะอาดตา อ่านง่าย  
 
 
เห็นหนังสือที่ปลุกปั้นกันมาบนหน้าจอพิมพ์ลงกระดาษจับต้องเป็นรูปเล่มสวยงามอย่างนี้แล้วชื่นใจ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง  ถึงจะเห็นผ่านรูปถ่ายก็ตามทีเถอะ 
 
เล่มนี้น่าจะวางแผงตามร้านนายอินทร์ก่อนประมาณปลายอาทิตย์หน้าค่ะ  
  
 
ป.ล. เรานำรูปถ่ายที่ได้มาทำสไลด์อัพโหลดขึ้นยูทูปเอาไว้ที่ลิงก์ข้างล่าง
 
 
 
ใครสนใจคลิกตามไปดูได้เลยค่ะ  
 

ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions