ThaiEnglish

บทสัมภาษณ์มูราคามิเกี่ยวกับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง"

พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่สรรหาบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" บันทึกของนักเขียนและนักวิ่ง ฮารูกิ มูราคามิ มาฝากแฟนๆ คลิกไปอ่านได้ --> ที่นี่ ค่ะ

Tag >> GammeMagies news

 

แอบหลบงานตรวจต้นฉบับเกเก้ อันเป็นชื่อเรียกเล่นๆ แบบกันเองภายในสนพ. ของเล่ม "รหัสลับ เกเก้ วินชี" มาอัพบล้อกรายงานความเคลื่อนไหวเสียหน่อย

ตอนนี้ต้นฉบับแปลที่แปลจากภาษาฝรั่งเศสใกล้จะตรวจความถูกต้องเกือบหมดเล่มแล้วค่ะ เหลืออีกวันสองวัน ก็จะส่งต่อให้บรรณาธิการต้นฉบับผู้มีหน้าที่ตรวจดูความเรียบร้อย คอยเก็บกวาดอุดรอยรั่วที่กำลังรอตรวจต่ออย่างใจจดใจจ่อได้

หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอน "โยนต้นฉบับ"  หมายถึงการผลัดกันตรวจไปมา จาก บ.ก. ต้นฉบับ ส่งให้ หัวหน้ากองบ.ก. แล้วส่งย้อนกลับมาที่บรรณาธิการเล่ม แล้วย้อนกลับให้ บ.ก. ต้นฉบับที่ควบเจ้าหน้าที่พิสูจน์อักษร+ประสานงานจัดหน้าและโรงพิมพ์ ส่งให้คนจัดหน้า

พอคนจัดหน้าจัดรอบแรก "การโยนต้นฉบับ" รอบสองก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

เมื่อบรรดาตามดตาผีตรวจกันสาสมใจ ไม่มีใครเห็นคำผิด วรรคพลาด ไฟล์ของต้นฉบับเล่มนี้ก็จะถูกส่งถึงโรงพิมพ์ในทันที พร้อมกับไฟล์หน้าปกที่ตอนนี้ใกล้สรุปแล้ว อยู่ที่เวอร์ชั่น 4 เท่านั้นเอง

 


 

วันนี้ชาวกำมะหยี่แข็งขัน แยกย้ายกันทำงานตามหน้าที่ของตน บรรณาธิการจัดการติดต่อประสานงานการฝากหนังสือตามบูธพันธมิตร ได้รายชื่อและตำแหน่งแห่งที่มาแล้วส่งต่อให้เว็บมาสเตรสส์อัพเดทแจ้งข่าวลงหน้าแรกของเว็บไซต์ให้ทันท่วงที เพราะวันเวลาและวารีไม่คอยใคร

เสร็จแล้วอารมณ์ดี เข้าไปเติมรูปของปกเล่ม "เย็บถากปากร้าย" เวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย ก่อนจะถึงปกที่พิมพ์ขายตามร้านหนังสือในห้อง "กว่าจะเป็นปก" (ห้องนี้ถูกปล่อยร้างมานานกว่าจะได้รับการปัดกวาดเล็กน้อยในวันนี้ และต่อไปจะเป็นห้องที่ไฉไลกว่าใคร เพราะทางโปรแกรมเมอร์ได้จัดคิวสำหรับใส่สไลด์ภาพให้แล้ว)

นอกจากนั้นทีมงานยังขยันร่วมกันเขียนเล่าเบื้องหลัง "กว่าจะเป็นปก" ของเล่ม "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ในห้องที่จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับหนังสือชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" นี้ ในหมวด "กระดานอัพเดท"  ต่อด้วยการตามไล่ใส่ลิงก์บล็อกของบรรดานักแปลในหนังสือเล่มนี้ (หมวด นักเขียน นักแปล)

ปิดท้ายด้วยข้อมูลของ พี่แป๊ด - แม่งานและบรรณาธิการของหนังสือเล่มเดียวกัน ในห้อง "เพื่อนร่วมงานของเรา" หมวด "เกี่ยวกับเรา"

ใครยังไม่ได้ดูหน้าไหน ตามไปดูได้โดยพลันจ้า


ออกจะเป็นการเขียนบล้อกแรกในฐานะทีมงานกำมะหยี่ที่คล้ายจะบ่นๆ ปนลุ้นๆ งานหนังสือเหมือนงานโครงการ เสร็จเป็นเล่มๆ แล้วเราก็เริ่มเล่มใหม่ ปีนี้เราทำกันไปสองเล่มเรียบร้อยแล้ว (แอบบ่นว่าเหนื่อยโค-ตะ-ระ) จะว่าไปแล้ว คนที่ไม่ได้ทำตั้งแต่ต้นจนจบจะไม่รู้ว่า มันวุ่นวายแค่ไหน เพราะอะไรๆ มันก็ดูจะเหมือนกันทุกๆ เล่ม แต่พอเรามีกำหนดการออกหนังสือที่ชัดเจนและเรารู้ว่ามันมีความหมายแค่ไหนที่ต้องทำให้เสร็จทันเวลา ความเครียดก็เริ่มก่อเกิด

รวมเรื่องสั้นมูราคามิเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน เราตั้งใจว่าจะวางแผงกันตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้แล้ว แต่ด้วยความที่เราพิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอน ทำให้เราตัดสินใจว่า เราจะเลื่อนการออกหนังสือไปเพื่อให้สามารถจัดพิมพ์รวมเรื่องสั้นเล่มแรกในจำนวนสามเล่มที่เราจะออกในปีนี้ ไม่แค่นั้นหรอกนะ ปลายๆ ปี แฟนๆ มูราคามิจะได้อ่าน What I Talk About When I Talk About Running ที่จะทำให้แฟนๆ รู้จักตัวตนของพี่มุได้เป็นอย่างดี (ชื่อเล่นที่พลพรรคชาวกำมะหยี่ชอบใช้ เพราะมันสั้นดี)

CoverFirefly กลับมาเม้าท์ถึงเล่มแรกกันก่อนนะคะ ตอนนี้เราได้หน้าปกหนังสือ เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน อันเป็นชื่อหนังสือรวมเรื่องสั้นจากชุดภาษาญี่ปุ่นที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Firefly, Barn Burning and Other Stories เรื่องที่เรานำมาเป็นชื่อหนังสือรวมเรื่องสั้นพี่มุเล่มนี้ก็คือ เรื่องสั้นที่เป็นตอนเริ่มเรื่องของ Norwegian Wood หรือชื่อภาษาไทย ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่โดนใจแฟนๆ อย่างจังจนเราจะได้ดูภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายเรื่องนี้ภายในปีสองปีนี้นั่นเอง

กว่าจะมาเป็นปกอย่างที่เห็นกันนี้ ก็มีการฟาดฟันทางความคิดกันช้ำเลือดช้ำหนองไปตามๆ กัน แต่ก็จำได้ว่า หนังเรื่อง แฟนฉัน ที่มีผู้กำกับ 7 คน ก็ทะเลาะกันน่าดู เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด แล้วก็เป็นหนังที่ประทับใจฉันจริงๆ แล้วที่มากว่าจะเป็นปกหนังสือเล่มนี้ จะมาเล่าให้ฟังในคอลัมน์ "กว่าจะมาเป็นปก" นะคะ

คนที่เหนื่อยที่สุดคงไม่พ้นแม่งานและบรรณาธิการเล่มของเรา พี่แป๊ด แฟนมูราคามิตัวยง ที่ฉันเพิ่งทราบจากคำนำที่พี่แป๊ดเพิ่งส่งมาให้จัดหน้าว่า พี่แป๊ดของเราอ่านหนื่งในเรื่องสั้นที่รวมอยู่ใน Firefly (ขอเรียกชื่อเล่นของรวมเรื่องสั้นพี่มุเล่ม 1 เพื่อความเป็นกันเองนะคะ) กว่า 100 ครั้ง ก็ยังให้งุนงงสงสัย ไม่เข้าใจในปริศนาของเรื่องนี้ อีกทั้งการประสานงานกับนักแปลที่เราคัดมาเฉพาะแฟนๆ พี่มุโดยเฉพาะไม่ง่ายเลย พี่แป๊ดรับหน้าที่เป็นแม่งานดูแลนักแปลสำหรับรวมเรื่องสั้นทั้งสามเล่ม ทั้งชักชวน ชี้แนะ ตามต้นฉบับ ตรวจแก้ต้นฉบับ ทั้งยังเขียนคำนำ คำโปรยให้อีกด้วย

ตอนนี้ต้นฉบับรวมเรื่องสั้นพี่มุเล่ม 1 ถึงมือคนจัดหน้าเรียบร้อยแล้ว เราพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้หนังสือคลอดทันขายในงานมหกรรมหนังสือที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ถ้าใครไม่ได้ทำหนังสือ อาจจะคิดว่า "โห อีกตั้งเดือน ทำไมจะไม่ทัน"

"ก็มันจะไม่ทันนะสิ ถึงได้มาลุ้นที่บล้อกทีมงานอยู่นี่ไง"

กว่าจะออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มอย่างที่เราซื้อหรือยืมมาอ่านกัน ต้องผ่านขั้นตอนอะไรมากมายอย่างที่ฉันซึ่งเพิ่งเข้ามาอยู่ในโลกวรรณกรรมไม่เคยรู้มาก่อน ฉันเคยแอบหัวเราะเวลาอ่านหนังสือแล้วมีการสะกดคำผิด ประมาณว่า ของแค่นี้เขียนผิดได้ยังไง พอได้มาดูแลหนังสือตั้งแต่ยังไม่เป็นวุ้นจนคลอดออกมา ก็เลยรู้ซึ้งแล้วว่า ตรวจกี่รอบมันก็เจอที่ผิดทุกที ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่ต้นฉบับที่ดูแล้วดูอีกว่ามันไม่มีผิดแล้ว พอเข้าโรงพิมพ์ได้ดูครั้งสุดท้าย ซึ่งควรจะดูเฉพาะตัวอักษรโดด กลับเจอจุดที่ต้องแก้ไขทุกที ให้ตายเถอะ

การส่งต้นฉบับตรวจแก้ไปมา ไม่ได้หมายความว่า เจอที่ผิดส่งแก้แล้วจบ แต่บางครั้งแก้แล้วเปลี่ยนใจกลับไปใช้คำเดิมก็มี หรือส่งแก้แล้วแต่คนแก้แก้ไม่ครบทุกจุด มันเป็นเรื่องปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ แต่กินเวลามาก การประสานงานจัดพิมพ์หนังสือแต่ละขั้นตอน ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การเดินทาง การส่งเอกสารไปมา เป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงานช้ากว่าที่คิด ยิ่งถ้าต้องให้คนขี่มอเตอร์ไซด์รับส่งเอกสารด้วยแล้ว อาจเสียเวลาไปเป็นวันๆ กว่าจะได้ข้อมูลกลับ โชคยังดีที่ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตใช้ ถ้าไฟล์ไม่ใหญ่จนเกินไป เราก็สามารถส่งไปมาเพื่อตรวจแก้ได้ทันที พวกเราชาวกำมะหยี่รู้เป็นอย่างดี เพราะเราเจอกันเดือนละครั้งก็เก่งแล้วด้วยซ้ำไปนะ เราคุยกันผ่านวินโดว์ไลฟ์แมสเซนเจอร์ (เขียนซะเต็มยศเชียวเรา) ส่งอีเมลกันวันเป็นสิบฉบับ บางครั้งเราต้องยืนยันโดยการส่งอีเมลกลับว่าได้รับข้อมูลแล้ว เพราะบางครั้งการที่เราส่งอีเมลไป ไม่ได้หมายความว่าจะถึงผู้รับ บางทีส่งถึงแต่ผู้รับไม่ได้เปิดไฟล์ที่แนบมาอ่าน ก็ทำให้งานไม่ได้เดินไปตามที่กำหนดไว้ แต่ก็อีก ถ้ายืนยันกันทุกขั้นตอน (ซึ่งเราทำอย่างนั้นกันอยู่) ก็อาจก่อให้เกิดความรำคาญกันในหมู่ทีมงาน ประมาณว่า "เอ๊ะ ทำไมยังไม่ตอบ เอ๊ะ ยังไม่ได้รับเหรอ อ้าว ส่งไฟล์ผิด)

วันนี้ฉันเขียนกำหนดการโดยละเอียดส่งเมลให้บรรดาทีมงาน ขอให้ทุกคนรักษากำหนดการที่ตั้งเอาไว้เพื่อเราจะได้เห็นรวมเรื่องสั้นพี่มุเล่มนี้ วางเคียงกับหนังสืออีกสามเล่มของพี่มุที่กำมะหยี่จัดพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว ให้บรรดาแฟนๆ ชื่นใจ และพวกเราเหล่าทีมงานมีรอยยิ้มให้กับลูกของเราเล่มนี้ ให้รอยยิ้มทำให้อาการขุ่นข้องหมองใจ อาการหงุดหงิดที่ตามจริ้งตามจัง หายไปจากหัวใจของคนรักหนังสืออย่างเราทุกๆ คน

ช่วยลุ้น เป็นกำลังใจกับพวกเราด้วยนะคะ

 เรายังคงเชื่อมั่นในความอัศจรรย์ของมนุษย์...  (ของโรงพิมพ์ ของสายส่ง ของคนจัดหน้า ของพิสูจน์อักษร ของบรรณาธิการ ของคนออกแบบปก)

 


LabFunDee 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

คงจะยังไม่สายเกินไปสำหรับการกล่าวคำทักทายนี้ ถึงแม้ปีฉลูวัวดุปีนี้จะล่วงเลยมายี่สิบกว่าวันแล้ว ... ฮ่า  

ปล่อยเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ทิ้งร้างไว้นานมาก สุดแสนจะเกรงใจแฟนหนังสือที่แวะเวียนกลับเข้ามาเจอความเงียบงันนิ่งสงบเสงี่ยม พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่จึงเปิดประชุมทางไกลเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มอบหมายหน้าที่ให้แต่ละคนสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาอัพบล็อกทีมงานให้มีความเคลื่อนไหวอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง นอกเหนือจากการเพิ่มข้อมูลหนังสือใหม่ เพิ่มรายละเอียดของนักเขียน นักแปลและการตอบรับที่มีต่อผลงานที่เราวางแผงเรียบร้อยแล้ว

ในวันนี้ดิฉันจึงงดเว้นงานทั้งปวง เพื่อลงมือ "งมเว็บ"  เนื่องจากร้างมือไม่ได้จับมานาน ทั้งยังมีบางจุด เช่น การเปลี่ยนรูปหน้าแรก ที่ไม่เคยทำมาก่อน  ทุกอย่างก็เลยวกวน เวียนไปเวียนมา

 อย่างไรก็ตาม ความพยายามอยู่ที่ไหน การอัพข้อมูลใหม่ย่อมสำเร็จ  ในที่สุดดิฉันก็สามารถเพิ่มเติมข้อมูลที่ตั้งใจไว้เรียบร้อย  อันได้แก่

- เปลี่ยนขยับตำแหน่งรูปหนังสือในหน้าแรก พร้อมคำโปรย

- เพิ่มหน้าให้ "หลับฝันดี" + ไฟล์ Pdf อ่านตัวอย่าง

- เปิดห้อง "คุยกับนักเขียน/นักแปล ในเว็บบอร์ด


แหม... ไหนๆ ก็อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว จะไม่ลองคลิกลิงก์บนข้อความสีแดง เพื่อตามไปดูหน่อยหรือคะ :)


หลังจากติดประกาศทาง เว็บไซต์สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ว่าเราเปิดรับนักแปลมาร่วมงาน ก็มีผู้ให้ความสนใจ ทั้งที่เป็นนักแปลที่มีผลงานอยู่แล้วและผู้มีความต้องการพิสูจน์ความสามารถของตนเองส่งอีเมลเข้ามามากมาย

หลังจากรอจังหวะให้น้ำเชี่ยวช่วงหลังออกหนังสือและงานหนังสือลดความเร็วลง หลังจากรอให้หัวหน้ากองบรรณาธิการกลับจากการท่องเที่ยวผจญภัยในเมืองจีน (คลิกตามไปอ่านเรื่องราวของเธอได้ >> ที่นี่) หลังจากรอเจ้าสำนักกลับจากพักร้อน พวกเราชาวกำมะหยี่ก็กลับมาเดินเครื่องทำงานกันอีกครั้ง

เริ่มต้นจากการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ต่างๆ ที่เรา "คว้า" มาได้ บางเล่มเห็นราคาแล้วถึงกับต้องกัดฟันกันเลยทีเดียว แต่เราก็พยายามมองโลกในแง่ดี ฮึดพลังความบ้าบิ่นออกมาใช้อย่างไม่กลัวใครหน้าไหนจะค่อนขอดว่าไม่มองซ้ายมองขวา

ความคืบหน้าสดๆ ร้อนๆ คือ การคัดเลือกบททดสอบแปลสำหรับผู้ที่ต้องการจะร่วมงานกับเราในฐานะนักแปล เริ่มต้นจากภาษาอังกฤษ - ไทย ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนภาษาอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เราจะดำเนินการสรรหามาให้สำแดงฝีมือกันต่อไป

คลิกไปดาวน์โหลดไฟล์บททดสอบ


หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น (อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของชาวพลพรรค)หนังสือที่เราคัดเลือกมาจัดแปลและพิมพ์เสนอได้รับความสนใจจากนักอ่าน

ทั้งแฟนเก่า-แฟนใหม่ของฮารูกิ มูราคามิ และ มาร์จอเน่ ซาทราพิ ต่างช่วยกันอุดหนุน เพิ่มกำลังใจให้พวกเรายิ้มกันหน้าบาน  เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่แผนกติดตามลิขสิทธิ์ (พูดเหมือน สนพ.ใหญ่โตมากๆ) แจ้งรายการหนังสือที่เราสามารถ "คว้า" สัญญาลิขสิทธิ์มาได้  เราจึงใคร่นำมาขยายต่อ เพราะข่าวดีอย่างนี้ต้องรีบกระจายให้รู้โดยทั่วกัน 


ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่รักยิ่งทั้งหลาย .... หนังสือแปลที่เราจะจัดพิมพ์ในปีหน้า (บางเล่มข้ามไปปีต่อไป) แต่น แตน แต๊นนน... มีดังต่อไปนี้

 

  Gay Vinci Code - ถอดรหัสลับ...เกเก้วินซี่ - Pascal Fioretto

 

ใครกันหรือที่ลงมือสังหารภัณฑารักษ์แห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและประเพณีเพศทางเลือก ความลับเลวร้ายใดเล่าที่แอบซ่อนอยู่ กระเทยควายนักฆ่าที่สร้างความหวาดผวาตามห้องซาวน่า บาร์เกย์และเคเอฟซีที่เลส์ อาลล์ ผู้นั้นทำงานให้ใครกัน ชารฺลุส กลฺองดง ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านเกย์ และเซดริก นักข่าวหัวแข็งหลานชายของเขา เข้าจับคดีสืบสวนที่ลึกลับที่สุดเท่าที่เคยมีมา ความลับที่สำคัญที่สุดในโลกซ่อนอยู่ในเพลงของดาลิดาหรือไม่ ผู้คนมากมายผ่านมาให้พานพบ ทั้งนักนิยมเกย์ผู้เคร่งครัด ชายจริงหญิงแท้หัวก้าวหน้า คนหลับหูหลับตากลัวเกย์สุดหัวจิตหัวใจ รวมไปถึงชาวบ้านร้านตลาดที่ไม่ขาดซึ่งความคิดเห็น ... ทุกนายและนางเข้ามาพัวพันกับการผจญภัยไร้สติในสังคมเกย์ ณ กรุงปารีส กับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนที่ชวนให้หัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล

 

Blind Willow, Sleeping Woman - และรวมเรื่องสั้นอื่นๆ อีกสองเล่ม - Haruki Murakami

 

"ขอเตือนนักอ่านหน้าใหม่ที่เพิ่งจับหนังสือของฮารูกิ มูราคามิว่า คุณจะหลงมัวเมาเหมือนติดยา ... รวมเรื่องสั้นชุดใหม่ของเขาจะจับคุณจนติดหนับและจับใจกว่าที่ผ่านมา"

—San Francisco Chronicle

 

 

 

 

 

What I Talk About When I Talk About Running - Haruki Murakami

 

 บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับความรักในการวิ่งระยะไกลของนักเขียน อ่านได้อ่านดี ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งตัวยงหรือนักอ่านทั่วไป

แฟนๆ ของฮารูกิ มูราคามิ ได้ทำความรู้จักกับความคิด และวิธีการคิดของนักเขียนในดวงใจของตน ผ่านรูปแบบงานเขียนที่แตกต่างจากนิยายเรื่องยาวและเรื่องสั้นยอดนิยม

 

 

 

 

Broderies - Marjane Satrapi

 

เรื่องราวชีวิตรักและครอบครัวของบรรดาหญิงชาวอิหร่านที่มานั่งล้อมวงจิบชาผลัดกันเล่าประสบการณ์ในชีวิต และมุมมองเรื่องรักๆ ของตน รวมทั้งผู้ชายของพวกเธอ

วิธีการ "ทำสาว" ปลอมพรหมจรรย์ การถูกจับแต่งงานกับชายแก่หง่อมตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาว เจ้าบ่าวจอมปลอมกับเจ้าสาวจอมงก ความรุ่งโรจน์ ความยากลำบาก และอื่นๆ อีกมากมายที่ชวนขำก๊ากจนถึงกระอักอึ้งตะลึงงัน

 

 

 

Poulet aux prunes - Marjane Satrapi

 

หากอิหร่านและครอบครัวของเธอกลายเป็นหัวข้อหลักในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนก็ได้สร้างวิธีการบรรยายที่สร้างหนังสือที่ดีที่สุดของเธอ โดยนำเราเข้าสู่ช่วงเวลา 8 วัน ก่อนตายของนัสเซอร์ อาลี ข่าน ผู้ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเอง เนื่องจากภรรยาของเขาทำลายเครื่องดนตรีที่หาใดเสมอเหมือนมิได้ลง...

 

 

 

 

 

La lenteur - Milan Kundera

"เธอบอกฉันเสมอว่าวันหนึ่งจะเขียนนิยายที่ไม่มีคำไหนจริงจังเลยสักคำเดียว เป็นเรื่องสนุกๆ เพื่อความสำราญใจของเธอเท่านั้น ฉันเกรงว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว ฉันแค่อยากจะเตือนเอาไว้ ระวังให้ดี จำที่แม่ของเธอบอกได้หรือเปล่า เธอบอกว่า

"มิลานเอ๊ย หยุดทำเรื่องล้อเล่นได้แล้ว ไม่มีใครเข้าใจเจ้าหรอก เจ้าจะหมางใจกับคนทุกคน และสุดท้ายพวกเขาจะเกลียดเจ้า"

ฉันขอเตือนว่า ความจริงจังจะปกป้องคุ้มครองเธอ การขาดความจริงจังจะทอดทิ้งให้เธอยืนร่างเปล่าเปลือยอยู่ตรงหน้าหมาป่า และเธอก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอว่าหมาป่ากำลังเฝ้ารอเธออยู่"

 

 

L'identité - Milan Kundera

 

นิยายที่แปลกประหลาดที่สุดของคุนเดรา สไตล์การเขียนตรงไปตรงมาและมีบทบรรยายน้อยกว่านิยายเล่มแรกๆ ของเขา ยิ่งกว่านั้น เรื่องราวยังหลุดโลก

เมื่อชายหญิงคู่หนึ่งค่อยๆ เลื่อนไหลสู่โลกจินตนาการ ได้ประสบความรู้สึกและการเดินทางที่เข้าแทรกกลางชีวิตคู่ของทั้งสอง การเคลื่อนเปลี่ยนจากโลกหนึ่งยังอีกโลกหนึ่งนั้นแสนนุ่มนวลเรียบลื่นจนเราไม่อาจแยกแยะโลกจริงออกจากโลกฝัน ด้วยเหตุนี้เองงานเขียนเล่มนี้จึงโดดเด่นไม่เหมือนหนังสือเล่มไหนของนักเขียนเชื้อสายเชคผู้นี้

 

 

 

Grabben i graven bredvid - Katarina Mazetti

 

นิยายรักติดอันดับขายดีเป็นประวัติการณ์ในสวีเดน เรื่องราวของหนึ่งสาวกับหนึ่งหนุ่ม ที่มาเจอกันที่ม้านั่งในสุสานที่ฝังร่างสามีของเธอ และแม่ของเขา เธอเป็นสาวชาวเมือง เขาเป็นหนุ่มชาวทุ่ง

ความแตกต่างช่างมากมาย ... เมื่อตกหลุมรักกันแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป คนสวีเดนอ่านอะไร หนังสือสวีเดนร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างไร อีกไม่นานเราจะได้รู้กัน

 

 

 

 

The Golden Notebook - Doris Lessing

 หนังสือที่มีขนาดยาวและทะเยอทะยานที่สุดของโดริส เลสซิ่ง เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2007 งานเขียนชิ้นเลิศที่เผยพฤติกรรม แรงบันดาลใจ ความวิตกกังวล และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเฉพาะในยุคสมัยของเรา

"นิยายเล่มนี้เป็นความพยายามในการทำลายรูปแบบ ทำลายรูปแบบของจิตสำนึกและลอยตัวขึ้นไปอยู่เหนือมัน ขณะที่เขียน ฉันพบว่าฉันไม่ได้เชื่อในเรื่องบางอย่างที่ฉันคิดหรือเชื่อ หรือไม่ ฉันก็มีความเชื่อและความคิดที่ตรงกันข้ามพร้อมๆ กัน จะเป็นไรไปเล่า ยังไงเราก็มีชีวิตอยู่กลางใจพายุหมุนอยู่แล้ว"...โดริส เลสซิ่ง


Bookexpoสวัสดีค่ะ

ช่วงนี้ก็เป็นหนึ่งในสองช่วงแห่งปี ที่ชาวหนอนหนังสือและสำนักพิมพ์ต่างๆ จะได้รู้สึกคึกคักกระชุ่มกระชวย เพราะงานมหกรรมหนังสือคืบใกล้เข้ามาทุกที

สำหรับชาวพลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่เองก็เช่นเดียวกันค่ะ  ถึงปีนี้ เราจะไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของบูธได้ เพราะเป็นแค่สำนักพิมพ์น้องใหม่วัยยังเตาะแตะ  แต่เราก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากสำนักพิมพ์รุ่นพี่ๆ กรุณาให้นำหนังสือของเราไปฝากวางจำหน่ายให้กับแฟนๆ ที่รอซื้อหนังสือในช่วงงานหนังสือ  รายชื่อและที่อยู่ของบูธต่างๆ อยู่บนป้ายแจ้งข่าวด้านบนเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนั้น  "ณัฐพัดชา" นักแปลเจ้าของผลงาน "แพร์ซโพลิส ๑ และ ๒" จะเปิดตัว จัดทัวร์พบปะพูดคุยกับแฟนๆ  ตามกำหนดการที่ได้รับแจ้งล่าสุด ดังต่อไปนี้ค่ะ

- วันพุธที่ 15 ต.ค.  14.00 น.  ในงานหนังสือ ณ ศูนย์สิริกิติ์  ที่ซุ้มหน้าบูธร้านนายอินทร์

ผู้ที่สนใจ รอพบกับเธอได้ตามวัน-เวลานัดนะคะ

 

หมายเหตุ - ภาพประกอบจากเวบไซต์ของผู้จัดงานค่ะ


 

18+ ข่าวดีสำหรับแฟนหนังสือของ 10เดซิเบล นักเขียนหนุ่มลึกลับผู้ชอบเล่นกลกับความชิบหาย  เจ้าของผลงาน คณิตศาสตร์ รส. และเด็กหญิงมุกประดับ ที่เราภาคภูมิใจเสนอ 

บัดนี้ คุณนุ้ย มือจัดหน้าของเราได้รวบรวมส่งไฟล์ที่แก้ไขนับครั้งไม่ถ้วนจากฝีมือการตรวจงานแบบละเอียดยิบโดยหัวหน้ากองบรรณาธิการสำนักพิมพ์กำมะหยี่ ส่งไปให้คุณจ้อก ณ โรงพิมพ์ภาพพิมพ์เป็นที่เรียบร้อยตามกำหนดครบถ้วน

หนังสือเล่มนี้จะออกกวางแผงครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือ 11-23 ตุลาคมนี้

หาซื้อได้ที่บูธ ร้านนายอินทร์ / ระหว่างบรรทัด / วงกลม / วารสารหนังสือใต้ดิน / ไทยไรเตอร์ / โอเพ่น

ใครอยากชิมลิ้ม ลองอ่านตัวอย่างก่อน  คลิกได้ที่นี่ค่ะ  >>> PDF ลองอ่าน


Cover Persepolis  Thai version

สวัสดีค่ะ


ไม่ว่าท่านจะตั้งใจหรือพลัดหลงเข้ามาในเวบไซต์ของเราชาวสำนักพิมพ์กำมะหยี่แห่งนี้  เราทุกคนก็ยินดีต้อนรับอย่างเต็มที่ค่ะ

ใครที่ได้ลองคลิกดูตามลิงก์ต่างๆ ในเวบอาจจะเห็นว่า "บ้าน"ของเรายังจัดไม่เรียบร้อยนัก ยังมีห้องอีกหลายห้องที่รอการเติมเต็ม ทางเราจะค่อยๆ จัดสรรข้อมูลมาเพิ่มเติมอย่างเพียบพร้อมโดยเร็วที่สุดเท่าที่กำลังและเวลาของเราจะอำนวยนะคะ 

เอาล่ะ ทักทาย-ออกตัวกันเรียบร้อยแล้ว  มาพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ ให้สมกับชื่อหัวข้อของหน้านี้กันสักนิด

วันนี้ วันที่ 11 กันยายน  2551  วันพฤหัสฤกษ์ดีมีชัย วันแห่งความเข้มแข็งในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ รวมทั้งผลงานเล่มล่าสุด "แพร์ซโพลิส" ทั้งสองเล่มของเราด้วย

เพราะเหตุนี้ เราจึงเลือกวันนี้เป็นวันวางแผงหนังสือนิยายภาพ การ์ตูนอัตชีวประวัติของนักเขียนการ์ตูนชาวอิหร่าน มาร์จอเน่ ซาทราพิ  ใครที่สนใจสามารถลองเดินเข้าร้านหนังสือใกล้บ้านท่านไปเลียบๆ เคียงๆ เปิดอ่านชมภาพสวยๆ ก่อนจะอุดหนุนเราได้นับแต่บัดนี้ค่ะ
 
ร้านหนังสือที่มีขายแน่นอนคือร้านนายอินทร์ทั่วประเทศ ส่วนร้านอื่นๆจะทยอยลงแผงเป็นอันดับต่อไปนะคะ

ถ้าหาไม่เจอ ไม่ต้องตกใจ  หรือบ้านใครอยู่ไกลไปมาลำบากก็สามารถสั่งซื้อโดยตรงกับเราได้ค่ะ จัดส่งถึงบ้านด้วยพัสดุลงทะเบียน

 รับรองถึงมือแน่ๆ ค่ะ   Cool


หลังงานเปิดตัวหนังสือชุด "มูราคามิ" เสร็จสิ้นเรียบร้อยโรงเรียนกำมะหยี่แล้ว ขณะนี้เรากำลังขมักเขม้นดูแลจัดพิมพ์ผลงานชุดต่อไป อันได้แก่ "แพร์ซโพลิส"(Persepolis)หนังสือการ์ตูน (หรือใครจะเรียกว่านิยายภาพเราก็ไม่ว่ากัน) ฝีมือนักวาดการ์ตูนสาวชาวอิหร่าน มาร์จอเน่ ซาทราพิ

 แนะนำหนังสือกันนิดนึงเนอะ

แพร์ซโพลิส เป็นนิยายภาพ การ์ตูนอัตชีวประวัติซึ่งมีลายเส้นเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์และอารมณ์ขัน นำเสนอเรื่องของเด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่งในครอบครัวธรรมดาๆที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สงคราม และการดิ้นรนต่อสู้ ผ่านตัวละครหน้าตาธรรมดาและฉากที่ไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ภาพในการ์ตูนเรื่องนี้สื่อความหมายอย่างได้ผล ช่วยให้เรื่องราวมีชีวิตชีวาและเข้มข้น หลายภาพดูคล้ายภาพพิมพ์แกะไม้ มีการใช้เทคนิคขาวดำที่ตัดกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือบันทึกความทรงจำที่เฉียบคม ขบขัน และสะเทือนใจ ของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเติบโตขึ้นในเมืองหลวงของอิหร่านช่วงปฏิวัติอิสลาม โดยเล่มแรกเป็นวัยเด็กจากอายุ 10 ถึง 14 ปี และเล่มสองเป็นวัยรุ่น อายุ 14 - 24 ปี บอกเล่าชีวิตประจำวันและความแตกต่างของชีวิตในบ้านและชีวิตในที่สาธารณะ กับการกดขี่ที่ผู้ปกครองกระทำกับประชาชน และยังมีการตั้งคำถามกับการเติบโต คุณค่า และราคาของชีวิตมนุษย์ กับการกดขี่ทางการเมือง แสดงให้เราเห็นว่าชีวิตมนุษย์จะดำเนินต่อไป แม้ว่าจะพานพบทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา


กำหนดวางแผง ฤกษ์งามยามดี 911 (รุ่นรถปอร์ชคันโปรดของคุณพ่อนักแปล) ---วันที่ 11 กันยายนนี้ ...

แน่นอน!! Wink


<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>
ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions