ThaiEnglish

บทสัมภาษณ์มูราคามิต้อนรับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง"

พลพรรคสำนักพิมพืกำมะหยี่สรรหาบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" หนังสือเล่มล่าสุดของฮารูกิ มูราคามิ ที่เราจัดพิมพ์มาฝากแฟนๆ คลิกไปดูได้ --> ที่นี่ ค่ะ

Tag >> GammeMagies news

BF

 คืนวันพุธ  ทางญี่ปุ่นแจ้งเรื่องความสับสนในเรื่องสั้นที่มีชื่อเดียวกัน ที่กลายเป็นเรื่องสั้นเรื่องที่เจ็ดที่หายไป

คืนวันพฤหัสบดี เรารวมพลทีมงานเล่มนี้ครั้งใหม่ ทำเลย์เอาท์ เติมเรื่องสั้นที่ควรจะอยู่ในเล่มนี้ลงไป

ตลอดวันศุกร์  - รอคำอนุมัติจากเฮียมู

และคืนวันศุกร์ เวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ เราก็ได้อีเมลจากทางคุณเจน ตัวแทนของเราว่าทางมูราคามิอนุมัติให้เราเริ่มการพิมพ์หนังสือได้

เช้าวันเสาร​์ โรงพิมพ์ได้รับไฟล์สำหรับทำเพลตใหม่  พร้อมกับเริ่มการพิมพ์เพลตที่ไม่มีการแก้ไข  และรับปากว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ให้ออกทันวันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายนนี้ให้จงได้

 

รายงานต่อเติม : วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ ๑ เม.ย. ทางโรงพิมพ์ได้นำ "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ไปส่งให้เราที่งานเรียบร้อยแล้วค่ะ 

 

 จบข่าวค่ะ  :-)


 

ไม่ทราบว่า ฉันได้เอาหน้าปกหลังเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ที่จะออกในไม่ช้านี้มาอวดหรือยังคะ 

เอ... ดูเหมือนจะยัง ... งั้นอวดเลยละกัน

 

ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน

ปกงามขนาดนี้ แล้วจะอวดเฉยๆ ไม่เล่าที่มาที่ไปได้อย่างไรเนอะ 

เช่นเดียวกับปกทุกเล่มของเรา  ปกเล่มนี้กว่าจะมาเป็นปกมีเรื่องราวผจญภัยหวือหวาแถมน่ารักแอบซ่อนอยู่  เพราะเป็นปกที่สร้างความปวดหัวให้กับพี่แป๊ด แม่งานและบรรณาธิการผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากรูปภาพล็อตแรกที่ทางตากล้องส่งเสนอเป็นรูปแผ่นเสียง ดำทมึน ที่ได้ตกอันดับมาเป็นปกหลังดังที่เห็นนี้ 

พี่แป๊ด แฟนมูราคามิตัวยงเห็นรูปที่เสนอครั้งแรกแล้วกรี๊ดสลบ ยืนกรานว่า งานมูราคามิไม่มืดไม่ดำ เราควรจะฉีกภาพความขรึมขลังน่ากลัวตรงนั้นไป ใช้รูปที่แสดงความสดใสร่าเริง สวยงามเตะตาน่าจับต้อง น่าเป็นเจ้าของ

การถ่ายรูปปกใหม่จึงเริ่มขึ้น เปลี่ยนมุมมองการตีความใหม่ให้เป็นความสดใสสนุกสนานของปาร์ตี้ปีศาจตามท้องเรื่อง   เมื่อรูปที่คัดเลือกผ่านเสียงโหวตแล้ว คุณอาร์ท  Try2benice ก็บรรเลงรับช่วงออกแบบต่อ โดยมีพี่แป๊ดจับตามองและช่วยออกความเห็นอย่างใกล้ชิด  จนเสร็จสิ้นออกมาสวยจนเฮียมูเห็นปุ๊บ อนุมัติมาปั๊บ

ขอบคุณมากค่ะพี่แป๊ด 

 


 

หลังจากผัดผ่อน โดนหนังสือเล่มอื่นแซงคิวคนแปลมานานกว่า 6 เดือน ในที่สุด "แช่มช้า" หรือชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า La Lenteur หรือ The Slowness ในภาษาอังกฤษ ที่แฟนๆ หลายคนของนักเขียนเอกชาวเช็คที่ชื่อ มิลาน คุนเดอรา รอคอยก็อยู่ในขั้นตอนที่ขยับคืบหน้าไปช้าๆ สมชื่อเรื่องเรียบร้อยแล้ว

LaLenteruDraft1 ขณะนี้ผู้แปลซึ่งถอดหมวกเจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่มาสวมหมวกนักแปลได้เกลาต้นฉบับแปลที่แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส ภาษาที่คุนเดอราเขียนเล่มนี้โดยตรงรอบแรกเสร็จสิ้นสดๆ ร้อนๆ 

การเกลารอบที่สองและสามกำลังจะติดตามมาโดยพลันก่อนจะส่งให้บรรณาธิการหนุ่ม กิตติพล สรัคคานนท์ นักเขียนและหนอนหนังสือตัวเป้งดูแลตรวจสอบ โดยมี ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์  นักออกแบบสิ่งพิมพ์และนักดูหนังตัวเอ้ มารับหน้าที่ออกแบบปกเป็นครั้งแรกกับเรา

ล่าสุดภาณุได้ส่งแบบปกเซ็ตแรกเป็นปกตุ๊กตาให้เราดูเกือบสิบแบบ  และแบบที่ชาวพลพรรคลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่เลือกไว้เป็นแนวทางสำหรับปกสุดท้ายที่จะส่งถึงมือผู้อ่านในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า คือ ปกที่นำมาประกอบบล็อกนี้ค่ะ

 "แช่มช้า" เป็นหนังสือที่ผู้เขียนเขียนขึ้นให้เป็น "นิยายที่ไม่มีคำใดจริงจัง"ผู้อ่านจะได้เห็นว่าอารมณ์ขันอันชาญฉลาดช่างคิดของนักเขียนเอกที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่างมิลาน คุนเดอรา เป็นอย่างไร

 

 “เธอบอกกับฉันเสมอว่าวันนึงอยากเขียนนิยายที่ไม่มีคำไหนจริงจัง เป็นความงี่เง่าครั้งใหญ่เพื่อความสะใจของเธอ ฉันเกรงว่าวันนั้นได้มาถึงแล้ว ฉันอยากแค่เตือนเธอว่า ระวังให้ดี”
    ผมก้มหน้างุดลงไปอีก
    “จำได้มั้ยว่าแม่ของเธอพูดว่ายังไง ฉันได้ยินเสียงของเธอเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ เธอว่า มิลานกุ หยุดล้อเล่นเถอะ ไม่มีใครเข้าใจลูกหรอก ลูกจะทำให้ทุกคนขัดเคืองและสุดท้ายทุกคนจะเกลียดชังลูก เธอจำได้มั้ย”
    “จำได้” ผมพูด
    “ฉันขอเตือนเธอนะ ความจริงจังจะปกป้องเธอ การขาดความจริงจังจะปล่อยเธอตัวเปล่าเปลือยตรงหน้าฝูงหมาป่า และเธอเองก็รู้ว่าหมาป่าพวกนั้นรออะไรจากเธออยู่”

 

 


 

   วันนี้แค่ตั้งใจเข้ามาเขียนทักทายสวัสดีปีใหม่มิตรรักแฟนหนังสือในหน้าแรก ซึ่งเกริ่นกล่าวรายชื่อหนังสือที่เราจะจัดพิมพ์ในปีนี้  ก่อนจะรวบรวมข้อมูลขนาดยาวมาแถลงไขกันอีกรอบในเร็วๆ นี้

JM แต่ไปๆ มาๆ  ไม่รู้อีท่าไหน หลงเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Jeremy Mercer (http://www.jeremymercer.net) ผู้เขียน ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ  หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Time was soft there แล้วไปสะดุดตา ตรงที่เขาเขียนบนหน้าแรกว่า

Thai Cover : Love the Purple . . .

มองซ้ายมองขวา เอ่อ... เขาเขียนถึงปกของเล่มที่เรากำลังจะออกวางแผงกลางเดือนนี้นี่นา  คลิกเข้าไปดู  มีรูปปกหน้า สัน และปกหลังที่เราส่งให้ทางเจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ   และมีคำกล่าวบันทึกสั้นๆ ชวนซาบซึ้งใจไม่น้อยความว่า

"My editor Mike Flamini kindly forwarded me the proofs of the Thai cover for Time Was Soft There and I am delighted. Writing books might not lead to untold riches or a secure family life, but it does offer the joy of creation and unpredictable bursts of pride such as the one I am now enjoying ..." 

แปลเป็นไทยได้ว่า 

"ไมค์ ฟลามินิ บรรณาธิการผู้จัดพิมพ์ของผมส่งปรูฟของหน้าปกเวอร์ชั่นภาษาไทยของ Time was soft there มาให้ดู และผมรู้สึกยินดีมาก  การเขียนหนังสืออาจจะไม่นำความร่ำรวยหรือชีวิตครอบครัวที่มั่นคงมาให้ แต่มอบความสุขจากการสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจล้นพ้นที่ไม่คาดคิดมาก่อน ดังความสุขที่ผมกำลังปลื้มเปรมใจอยู่ในขณะนี้... 

 

ขอบคุณและดีใจที่คุณเจเรมีชอบปกของเราและชอบสีม่วงอันเป็นสีประจำสำนักพิมพ์กำมะหยี่  เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านชาวไทยจะชอบทั้งปกและเนื้อในของหนังสือเล่มนี้อย่างที่พลพรรคและผู้ร่วมงานของเราทุกคนรู้สึกค่ะ

 

 


La lenteur

 

วันนี้มีข่าวดีและข่าวร้าย 

 แต่ไม่บอกข่าวร้ายล่ะ ไม่หนักหนามาก แก้ไขได้ ขอแจ้งข่าวดีอย่างเดียว

เป็นข่าวดีที่ซ่อนตัวอยู่ในความไม่ละเอียดละออของฉัน เพราะเป็นข่าวที่เข้ามาเมื่อต้นเดือน แต่ฉันดันไม่เห็น จนทางทัทเทิลโมริ เอเย่นแสนขยันของเราต้องส่งอีเมลมายืนยันกันอีกรอบ

เป็นข่าวแจ้งว่าป๋าคุน หรือ มิลาน คุนเดอรา ได้เลือกภาพถ่ายที่เราส่งไปให้เลือกสำหรับทำปก "แช่มช้า" (หรือ La Lenteur  หรือ  Slowness)  แล้วคือ รูปประกอบบล็อกนี้  นำมาอวดก่อนใคร ก่อนที่จะส่งไปให้คนออกแบบปกเสียอีก

การทำปกเล่มนี้แตกต่างจากเล่มก่อนๆ นิดนึงตรงที่เราส่งภาพให้เจ้าของเรื่องเลือกก่อน แล้วค่อยออกแบบวางคำโปรยข้อความ จะได้ไม่มีคำถามหรือข้อขัดแย้งให้้ต้องแถลงไข ต้องปรับทำใหม่หมดอีกรอบ น่าจะช่วยลดความปวดหัวให้กับคนออกแบบปกได้ 

ความคืบหน้าของเนื้อในหนังสือเล่มนี้คือ แปลแกะความเสร็จรอบแรกแล้ว เหลือเก็บลีลา เกลาและส่งให้บรรณาธิการ และคนออกแบบปกอ่านเพื่อทำงานต่อ คาดว่าจะเป็นเล่มแรกประเดิมชัยปี 2553 ของเรา ไม่น่าจะเกินเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า 

การทำสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์งานของนักเขียนใหญ่ที่เราชื่นชอบ ลงทุนยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ไม่ลักกินขโมยกิน แอบพิมพ์งานแบบไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์  มีความสุขอย่างหนึ่งที่เป็นเหมือนเส้นบางๆ ร้อยเราไว้กับมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เราชื่นชมเหล่านั้น  ยามได้รู้ข่าวว่า "เขา" เห็นสิ่งที่เราเสนอไปให้พิจารณา เช่น ภาพหน้าปก ไม่ว่าจะเป็นงานของ ฮารูกิ มูราคามิ หรือ มิลาน คุนเดอรา  เมื่อมีคำตอบรับกลับมาว่านักเขียนอนุมัติภาพที่เราส่งให้ดู แม้จะผ่านบริษัทตัวแทน  แต่ความตื้นตันก็วาบขึ้นมาจนขนลุกขนพอง ยิ่งได้เห็นลายเซ็นบนสัญญา (ไม่ว่าค่าลิขสิทธิ์จะชวนขนลุกขนพองในอีกทางขนาดไหน) เห็นภาพเขาเหล่านั้นจรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นเดียวกับที่เราลงปากกาและตราประทับบริษัท 

คนตัวเล็กๆ สำนักพิมพ์เล็กๆ อย่างเราก็ปลื้มเปรม ดี๊ด๊าดีใจจนออกนอกหน้า ทนอัดอั้นไม่ไหว ต้องนำมาบอกกล่าวกันในที่นี้ค่ะ   

 


 

S&Co

 วันนี้ฤกษ์งามยามดี ระหว่างที่รอเคาะราคาค่าพิมพ์ รอปกและหน้าเครดิตเพื่อส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ ของเล่มปารีส / พำนัก / คน / รัก/ หนังสือ  ผลงานที่เราตั้งใจจะออกเป็นลำดับสุดท้ายในปีนี้ และอยากจะออกก่อนปีใหม่ ถ้าเป็นไปได้   เลยถือโอกาสมาปัดกวาดเว็บไซต์ หลังจากทิ้งเอาไว้เกือบหนึ่งเดือน เริ่มต้นที่การจัดเมนู "หนังสือ" ด้านบน จัดเป็นหมวดหมู่ตามชื่อคนเขียน เพราะถ้าขืนลงเป็นรายชื่อหนังสือต่อไป เมนูจะยืดยาวเกินเลย 

หลังจากนั้น เข้าไปทักทายในหน้าแรก ต่อด้วยการเปิดหน้าต้อนรับลูกรักคนต่อไป พร้อมไฟล์พีดีเอฟให้อ่านตัวอย่างบทแรก ทำเฉพาะหน้าภาษาไทยก่อน ฝั่งภาษาอังกฤษตอนนี้ตกยุคมากๆ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมาไล่ทำไปเรื่อยๆ

ผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดหนังสือเล่มต่อไปของเรา คลิกตามไปดูได้ >> ที่นี่ ค่ะ 

 

ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพถ่ายในร้านหนังสือที่เป็นฉากของเรื่องในเล่มนี้  ทีมงานของเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายรูปกันถึงกรุงปารีสเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเพื่อทำปกหน้าแล้ว ยังใส่เป็นภาพประกอบด้านในอีกมากมายหลายรูป เพื่อให้ผู้อ่านนึกภาพบรรยากาศที่ผู้เขียนเล่าออก 

เบื้องหลังการถ่ายรูปนี้ มีเรื่องเล่าสนุกๆ ซึ่งเราตั้งใจว่าเดี๋ยวจะมาเล่าสู่กันฟัง 


 

 
TWST

 

ใกล้แล้วค่ะ  ใกล้เคาะแล้วค่ะ สำหรับปก "ปารีส พำนัก คน/รัก หนังสือ" ผลงานลำดับต่อไปที่เราอยากออกให้ทันก่อนปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญจากใจกำมะหยี่แด่นักอ่าน ให้หนอนหนังสือและคนรักหนอนหนังสือมอบให้กันเป็นของขวัญปีใหม่  

ที่เห็นข้างบนนี้ ยังเป็นปกที่คาดว่าจะรองสุดท้าย โทนสีของภาพอมแดงนำเสนอโดยผู้แปลที่ถึงกับลงทุนนั่งทำปกเพื่อส่งเข้าประกวด  คุณรัตนา ลีเลิศชัย ผู้ออกแบบปกของเราเลยจัดให้พร้อมกับแบบอื่นๆ อีกสองสามแบบ พร้อมแอบส่งเสียงกระซิบมาว่าชอบแบบนี้ที่สุด สาวๆ กำมะหยี่เลยมีใจโอนเอน  

แต่ถึงจะเอนมาทางนี้แล้ว ก็ยังไม่แคล้วขอให้แก้ไขปรับโยกอีกหลายจุด เริ่มจากสลับที่ตัวหนังสือสีเหลือง แล้วเปลี่ยนสีใหม่จากสีเหลือง (เพราะเหมือนฟันเหลือง หึหึ เกี่ยวมั้ยล่ะน่ะ) เป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีเหลืองและไม่ใช่สีแดง (โดยไม่มีเหตุผลประกอบ) สันปกขอตัวอักษรสีขาวทั้งหมด ส่วนปกหลังโดยรวมโอเคแล้ว แต่อาจจะต้องปรับแก้ข้อความกันอีกรอบ หรือสองรอบ   ก่อนจะส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ

ส่วนเนื้อใน ตอนนี้บ.ก. เล่มตรวจแก้ต้นฉบับแปลเรียบร้อยแล้ว ส่งให้คนแปลดูรอบนึง เผื่อมีทักท้วงยืนกราน  เมื่อคนแปลโอเคให้ผ่าน ก็ทยอยส่งให้ผู้จัดหน้า ต่อด้วยฝ่ายพิสูจน์อักษร ก่อนจะย้อนมาให้เราดูรอบสุดท้าย เพื่อเปิดไฟเขียวส่งเข้าโรงพิมพ์  

ตอนนี้ทุกขั้นตอนยังอยู่ในกำหนดเวลาทำงาน ยังไม่มีอะไรสาย

 ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย น่าจะออกได้ทันตามกำหนดค่ะ 

 


  

 ส่ง "ลูกรัก" ออกไปแล้วสองเล่มในงานสัปดาห์หนังสือที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ระหว่างที่รอให้ทีมงานที่ดูแลเรื่องการจัดส่งและเก็บหนังสือจากงานได้พักเหนื่อย  คนอื่นที่เหลือก็เริ่มงานเล่มต่อไปอันได้แก่ "ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ" ในทันที 

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกในชุด "ชวนอ่าน" ซึ่งเป็นหนังสือที่เราจัดทำเพื่อเอาใจนักอ่านโดยเฉพาะ โดยเราจะคัดหนังสือที่มีหนังสือเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง จะเป็นพระเอก หรือเป็นฉากหลัง เราไม่เกี่ยง

สำหรับเล่มแรกของชุดนี้เป็นเรื่องราวบันทึกจากชีวิตจริงของหนุ่มแคนาดาที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตพักชั่วคราวในร้านหนังสือเก่าแก่ระดับตำนานของกรุงปารีส ที่ชื่อ "เช็คสเปียร์ เอนด์ โค"

ต้นฉบับแปลเสร็จ ส่งให้บรรณาธิการเรียบร้อยตั้งนานแล้ว  ทางด้านปก ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบแก้ไขให้ได้ดังใจสาวๆ ชาวพลพรรค ที่คัดมาใส่หน้าแรกของเว็บไซต์และเป็นภาพประกอบบล็อกในวันนี้เป็นแค่ "ตุ๊กตา" เท่านั้น

ปกหนังสือของกำมะหยี่ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ เราจะพยายามคงเอกลักษณ์ของเราไว้ด้วยการใช้ภาพถ่าย แล้วมอบหมายให้นักออกแบบปกนำไป "จัดการ" ให้ออกมาสวยงาม  มีหลายคนคิดว่านักออกแบบของเราช่างโชคดีมีรูปถ่ายให้แล้ว น่าจะทำงานง่าย แต่คนเหล่านั้นไม่รู้หรอกว่าชาวกำมะหยี่จู้จี้ขนาดไหน  อยากได้ทุกสิ่ง อยากเห็นทุกอย่าง ช่วยเติมอันนั้นนิด แก้ตรงนั้นหน่อย ลองทำแบบนี้ให้ดูนิดนึงสิ ขอพรุ่งนี้เลยได้มั้ยคะ

ปกของเล่มนี้ จึงยังต้องผ่านด่านอีกเยอะค่ะ 

 


 

วันนี้วางหมวกนักแปลเอาไว้ก่อน เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยหยิบมาใส่ คว้าหมวกเจ้าสำนัก ตรวจเลย์เอาต์ภาพประกอบของต้นฉบับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" หรือ What I talk when I talk about Runing เหลือเติมข้อมูลอีกเล็กน้อย  สรุปปกกันสักหน่อย 

แล้วก็ ชะแว้บ เปิดไฟเขียวเข้าโรงพิมพ์ได้เลย สักกลางอาทิตย์หน้า ตามกำหนดที่วางไว้คร่าวๆ

ส่วน "คำสาปร้านเบเกอรี" ป่านนี้น่าจะ สุก เอ๊ย...เสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งสายส่งได้แล้ว (คาดเดาเฉยๆ ไม่กล้าถามผู้ดูแล เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่าตามจิกงาน -- ไม่ใช่หรอก แต่ใกล้เคียงนิดๆ   แหม.. ช่วงเวลาหนังสือออกจากโรงพิมพ์เนี่ย ไม่ว่าจะเล่มที่หนึ่งหรือเล่มที่ 14 ความรู้สึกตื่นเต้นไม่เคยลดน้อยลงเลย ไม่รู้ทำไม สงสัยเป็นความบ้าเห่อ)

วางหมวกเจ้าสำนัก หยิบหมวกเว็บมาสเตรสส์ วันนี้ต้องปิดรอยรั่วของเนื้อหาฝั่งภาษาอังกฤษของเล่มเกเก้ เส้นแสง และเบเกอรี ให้เรียบร้อย ถึงเราจะไม่มีงบส่งทีมงานไปล่าลิขสิทธิ์หนังสือที่เมืองแฟรงเฟิร์ตเหมือนใครเขา แต่เราเริ่มติดต่อหาหนังสือสำหรับปีหน้าและปีต่อๆ ไปแล้ว ดังนั้น หน้าเว็บที่เปรียบเสมือนหน้าบ้านและในบ้านของเราควรจะมีข้อมูลให้บรรดาแขกเหรื่อชาวต่างประเทศเข้ามาทำความรู้จักอย่างครบถ้วน เมื่อคืนหัวหน้ากองบรรณาธิการแปลเนื้อหาภาษไทยเป็นอิงลิชให้แล้ว ตรวจสอบชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษบางจุดสักเล็กน้อย แล้วก็ตัดแปะได้เลยแทบจะสำเร็จรูป

คนที่คลิกมาเพราะ 1Q84 เริ่มเบื่อแล้วใช่มั้ยคะ ... เอ้า เข้าเรื่องเสียที  ต่อไปนี้เป็นความเป็นมาเป็นไป เบื้องหลังการซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเล่มหนา 2 เล่ม 1 เรื่อง ชุดนี้

1Q84

 

ในฐานะที่เราติดตามงานของฮารูกิ มูราคามิมาตลอด เมื่อข่าวคราวของ 1Q84 มาถึง เราก็เริ่มติดต่อเอเย่นต์ขอซื้อทันที ต่อมาได้ทราบข่าวว่ามีสำนักพิมพ์อีกแห่งหนึ่งติดต่อขอซื้อไปเช่นกัน 

 การประมูลลิขสิทธิ์จึงเปิดฉากขึ้น

การประมูลครั้งนี้ไม่ได้ทำขึ้นในห้องประมูล มีค้อนทุบอย่างในหนัง  แต่เป็นการประมูลเสนอราคาแบบทางไกลระหว่างประเทศไทยกับอินเดีย ขณะที่ฉันกำลังอยู่บนถนนที่มีเสียงแตรกระหึ่ม เพื่อไปขึ้นเครื่องบินกลับบังกาลอร์หลังพักร้อนแถวดาร์จีลิ่ง คุณแอนส่งอีเมลเข้ามาที่ไอโฟนบอกว่าเราต้องรีบเสนอราคาประมูลไปโดยด่วน การคิดคำนวณค่าลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่มนี้จึงทำไปพร้อมกับการเช็คอินที่นั่ง เดินไปนั่งรอขึ้นเครื่องในสนามบินกัลกัตตา

 ราคาที่เราเสนอไปนั้น เป็นราคาที่เรียกว่า กัดฟันดังกร๊อบ ให้ด้วยใจรักอย่างเดียว ตัดใจไม่สนเรื่องที่ว่าเป็นหนังสือเล่มหนาที่ขายยาก กลุ่มคนอ่านก็ไม่ได้มากมายขายได้ถล่มทลายอย่างในญี่ปุ่น และภาษาไทยไม่ได้เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางเหมือนภาษาอังกฤษ 

ราคาที่เราเสนอไปนั้นเป็นราคาที่เราคำนวณคร่าวๆ แล้วว่า ไม่มีทางได้กำไร อย่างมากเสมอตัว และกว่าจะเสมอตัวเราต้องอดทนค่อยๆ ขายไปเรื่อยๆ อีกนาน  ถ้าสำนักพิมพ์คู่แข่งเสนอราคาประมูลมากกว่านี้ เขาต้องขาดทุนแน่นอน  แสดงว่าเขามีใจให้อย่างเต็มที่เหมือนกัน ...

 ถ้าเราแพ้ประมูล อย่างน้อยหนังสือสองเล่มนี้ก็ตกอยู่ในมือคนที่มีใจให้เหมือนๆ กับเรา จึงไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ไม่ว่าใครได้ลิขสิทธิ์ไป ยังไงคนอ่านไทยก็จะได้อ่าน

สุดท้าย เราก็ได้ข่าวว่าเราชนะประมูล

และตอนนี้ สัญญาลิขสิทธิ์ส่งจากเมืองไทยมายังอินเดียเรียบร้อย ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน เซ็นชื่อในนามสำนักพิมพ์กำมะหยี่เรียบร้อยแล้ว

รอส่งกลับเมืองไทย เพื่อส่งต่อไปญี่ปุ่น เพื่อส่งต่อให้ฮารูกิ มูราคามิ เซ็นชื่อและลงตราประทับประจำตัวตามธรรมเนียมคนญี่ปุ่นเท่านั้น  

 


 

Gege Illustเดือนกรกฎาคมที่ผ่านไปเป็นเดือนครึ่งๆ กลางๆ สำหรับพลพรรคชาวกำมะหยี่ เพราะก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน เป็นช่วงที่เราทำงานกันหนักตลอดเวลาเพื่อให้งานเปิดตัวเจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูนประสบความสำเร็จตามที่เราวาดหวังตั้งใจกันไว้ 

งานเปิดตัวผ่านพ้นไป แต่ใช่ว่างานของเราจะเสร็จสิ้น เพราะยังมีรายการสัญจรตามร้านหนังสือที่ยังคั่งค้างอยู่ เหมือนข้ามภูเขาลูกใหญ่ได้แล้ว แต่ยังมีเนินเขาเล็กๆ รออยู่เป็นระยะๆ

เนินเขาอาจจะไม่สูงชันมาก แต่ใช่ว่าจะเดินได้สบายๆ เรื่อยเฉื่อยไม่ต้องออกแรงกำลัง   สำหรับพวกเราสภาวะเช่นนี้จึงเป็นเหมือนกับการได้ผ่อนความหนักหนาของภาระหน้าที่ แต่ไม่ได้พักหยุดนิ่งเลย

ในขณะที่ขบวน "เจ้าชายน้อยสัญจร" นำโดยบรรณาธิการจัดการขับเคลือนไป  ทางกองบรรณาธิการฝ่ายผลิตก็เดินเครื่องสานต่อการจัดพิมพ์ "รหัสลับ เกเก้ วินชี" ที่ค้างคาอยู่ในทันที  ข่าวล่าสุด คือ  ตอนนี้ได้ส่งต้นฉบับส่งเข้าโรงพิมพ์เรียบร้อยแล้ว 

ในที่สุดกำหนดออกวางแผงที่ขยับแล้วขยับอีกก็หยุดนิ่ง

 สิงหานี้แน่นอนค่ะ

 

ผู้ที่สนใจคลิกตามไปอ่านรายละเอียดและตัวอย่างของ "รหัสลับ เกเก้ วินชี" ได้ >>ที่นี่

 

  


<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>
ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions