ThaiEnglish

บรรยากาศงานเปิดตัว "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน"

กำมะหยี่ขอขอบคุณมิตรสหายและสื่อมวลชนทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเปิดตัว "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน" เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา  ผู้ใดสนใจอยากดูภาพนิ่งและวิดีโอที่ถ่ายในงาน คลิกตามไปดูได้ -->  ที่นี่ค่ะ

Tag >> Murakami

BF

 คืนวันพุธ  ทางญี่ปุ่นแจ้งเรื่องความสับสนในเรื่องสั้นที่มีชื่อเดียวกัน ที่กลายเป็นเรื่องสั้นเรื่องที่เจ็ดที่หายไป

คืนวันพฤหัสบดี เรารวมพลทีมงานเล่มนี้ครั้งใหม่ ทำเลย์เอาท์ เติมเรื่องสั้นที่ควรจะอยู่ในเล่มนี้ลงไป

ตลอดวันศุกร์  - รอคำอนุมัติจากเฮียมู

และคืนวันศุกร์ เวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ เราก็ได้อีเมลจากทางคุณเจน ตัวแทนของเราว่าทางมูราคามิอนุมัติให้เราเริ่มการพิมพ์หนังสือได้

เช้าวันเสาร​์ โรงพิมพ์ได้รับไฟล์สำหรับทำเพลตใหม่  พร้อมกับเริ่มการพิมพ์เพลตที่ไม่มีการแก้ไข  และรับปากว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ให้ออกทันวันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายนนี้ให้จงได้

 

รายงานต่อเติม : วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ ๑ เม.ย. ทางโรงพิมพ์ได้นำ "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ไปส่งให้เราที่งานเรียบร้อยแล้วค่ะ 

 

 จบข่าวค่ะ  :-)


 

ขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปคล้ายจะเรียบร้อยอยู่แล้วเชียว

ฉับพลันทันใดนั้น ฟ้าก็ผ่าลงมากลางวง 

เพลตของเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" กำลังจะขึ้นแท่นพิมพ์อยู่แล้วเชียว ก็โดนคำสั่งยิงลงมาว่าให้หยุดก่อน เพราะว่าเราต้องเติมเรื่องสั้นอีกเรื่องนึงลงไป เรื่องสั้นเรื่องนั้นคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เคยตีพิมพ์แล้วในเล่ม “เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน” 

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า 

เดิมทีในฉบับภาษาญี่ปุ่น รวมเรื่องสั้นเล่ม Lexington Ghosts มีเรื่องสั้้นทั้งหมดเจ็ดเรื่อง โดยเรื่องที่เจ็ดเป็นเรื่องที่มีชื่อว่า Blind Willow, Sleeping Woman ชื่อเหมือนกับเรื่องสั้นในเล่มเส้นแสงฯ เปี๊ยบ ในตอนแรกเราจึงตัดสินใจตัดเรื่องสั้นเรื่องนี้ออกด้วยนึกว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เหลือเพียงหกเรื่อง ทำต้นฉบับส่งโรงพิมพ์ทำเพลตเรียบร้อย ด้วยนึกว่าก็มันเป็นเรื่องเดียวกันจะให้ลงซ้ำได้ยังไง

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า  เรื่องสั้นทั้งสองเรื่องที่ชื่อ Blind Willow, Sleeping Woman ซึ่งแยกปรากฎในรวมเรื่องสั้นสองเล่มนั้นมีชื่อเดียวกันก็จริงแต่มีเรื่องราวแตกต่างกัน เป็นคนละเวอร์ชั่นกัน เหมือกันแค่ชื่อ ข้างในไม่เหมือน

(ช่างทำไปได้นะคะเฮียมู)

และที่น่าสนุกกว่านั้นอีกคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เราตีพิมพ์ในเล่มเส้นแสงฯ ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ควรจะอยู่ในเล่ม “ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน” เล่มนี้  เราจึงจำต้องนำมาใส่ไว้ให้ถูกต้องเรียบร้อยตามคำขอของทางเจ้าของลิขสิทธิ์

ถึงแม้เรื่องตลกที่หัวเราะไม่ค่อยออกนี้จะทำให้ต้นทุนการพิมพ์ของเราสูงขึ้นเพราะมีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้น แต่เราขอคงราคาขายเดิมสำหรับเรื่องสั้นหกเรื่องเอาไว้ เพื่อเป็นการขออภัยผู้อ่านที่อาจจะอึดอัดไม่ชอบใจที่สันปกไม่สวยเนี้ยบเวลาวางบนชั้นหนังสือ   เพราะสันปกของเราเล่มนี้จะมีเส้นขอบขาวเกินมาหน่อยๆ เนื่องจากเราเพิ่มแทรกเนื้อในเข้าไปอีก 28 หน้าในวินาทีสุดท้าย

งานเลี้ยงคราวนี้จึงเลิกราแบบชุลมุนเหลือหลาย แต่ขอทิ้งท้ายด้วยข่าวดีว่า Blind Willow, Sleeping Woman ลึกลับที่หายไปนั้น เราจะจัดแปลและจัดพิมพ์เปลี่ยนใส่ในเล่ม เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน ฉบับพิมพ์ซ้ำครั้งที่สองค่ะ 
 
กำหนดออกวางแผงของ ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน ฉบับมีเจ็ดเรื่องในราคาหกเรื่อง จึงยังลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ คงต้องรอดูก่อนว่าคุณนุ้ย นักจัดหน้าผู้แสนดีและแสนอึดของเราจะสามารถดึงเนื้อหาของเรื่องสั้นที่หลงเล่มให้กลับมาคืนรังได้เมื่อไหร่  ถ้าได้ภายในวันสองวันนี้  และทางโรงพิมพ์เดินเครื่องพิมพ์เพลตอื่นๆ รอก่อนได้ ก็คงจะได้ส่งไปที่งานหนังสือประมาณอาทิตย์ที่สองกระมัง  
 

พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่แป๊ด - ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง แห่งสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดที่มารับหน้าที่แม่งานและบรรณาธิการ อย่างตั้งอกตั้งใจยิ่ง และขออภัยพี่ด้วยที่ไม่สามารถออกหนังสือให้ลงช่วงต้นงานได้ตามกำหนดเดิม ทั้งๆ ที่พี่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เล่มนี้ ดูแลเล่มนี้ก่อน "ลูกในไส้" หนังสือของสนพ.พี่เสียอีก

 

ส่วนในอาทิตย์แรก  เราขอฝากฝัง "ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย" พิมพ์ครั้งที่ 2 รุ่นกรอบเงินเอาไว้ในอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะคะ ฉบับพิมพ์ครั้งนี้ ทางทีมงานกำมะหยี่กับทีมแม่ไก่ขยันนำต้นฉบับเดิมมาอ่านตรวจพิสูจน์อักษรกันอีกรอบ ถึงจะต้องเปลี่ยนเพลตเพิ่มต้นทุน แต่เราก็เต็มใจทำเพื่อให้งานออกมาดีที่สุดเท่าที่กำลังของเราจะทำได้ เราทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนๆ ที่สละเวลาเขียนอีเมลมาแจ้งข้อผิดพลาด 

 แล้วเจอกันในงานนะคะ 

 P2


 

 

 


 

 

Norwegian

 

 

อีก 5 วันเท่านั้น ก็จะถึงงานหนังสือ จึงขอเข้ามารายงานความคืบหน้าของหนังสือที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่จะออกในงานนี้สักนิด 

เล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ตอนนี้แก้ต้นฉบับก่อนไฟนอลกันอยู่ แต่ปกลงเพลตเรียบร้อยแล้ว ทางโรงพิมพ์คอนเฟิร์มว่า ทันแน่ๆ  ส่วนหนังสือที่อยู่ในชุดเดียวกันสองเล่มก่อนหน้า คือ "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" และ "คำสาปร้านเบเกอรี"  ตอนนี้ในสต็อคของกำมะหยี่เหลืออยู่น้อยมาก เล่มแรก เหลือ 40 เล่ม เล่มที่สองเหลือ 8  เล่ม

ดังนั้นใครที่พลาดและต้องการจับจองเป็นเจ้าของในตอนนี้ คงต้องรีบไปที่บูธ สนพ. ระหว่างบรรทัดก่อน ถ้าขายหมดแล้วแนะนำให้ไปที่บูธร้านนายอินทร์ค่ะ ถ้าที่บูธนั้นไม่มี ก็ต้องตามหาตามร้านเอานะคะ 

อีกเล่มนึงที่พิมพ์เเสร็จเร็วเกินความคาดหมายของเรา คือ  "ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ รุ่นฉาบเงิน (ใครสงสัยว่าเป็นยังไง คงต้องไปดูที่งานค่ะ) ทางโรงพิมพ์แจ้งมาว่าจะพิมพ์เสร็จทันวันที่ 26 เราจะจัดส่งแบบสดๆ ร้อนๆ ไปที่งานโดยตรงแบบด่วนจี๋

นอกจากสองเล่มนี้แล้ว อย่าลืมหยิบชม อุดหนุนหนังสือของเราทุกเล่มได้ที่บูธเพื่อนพ้องผู้มีน้ำใจได้ตามรายชื่อด้านล่างค่ะFBP

 

 


 

ไม่ทราบว่า ฉันได้เอาหน้าปกหลังเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ที่จะออกในไม่ช้านี้มาอวดหรือยังคะ 

เอ... ดูเหมือนจะยัง ... งั้นอวดเลยละกัน

 

ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน

ปกงามขนาดนี้ แล้วจะอวดเฉยๆ ไม่เล่าที่มาที่ไปได้อย่างไรเนอะ 

เช่นเดียวกับปกทุกเล่มของเรา  ปกเล่มนี้กว่าจะมาเป็นปกมีเรื่องราวผจญภัยหวือหวาแถมน่ารักแอบซ่อนอยู่  เพราะเป็นปกที่สร้างความปวดหัวให้กับพี่แป๊ด แม่งานและบรรณาธิการผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากรูปภาพล็อตแรกที่ทางตากล้องส่งเสนอเป็นรูปแผ่นเสียง ดำทมึน ที่ได้ตกอันดับมาเป็นปกหลังดังที่เห็นนี้ 

พี่แป๊ด แฟนมูราคามิตัวยงเห็นรูปที่เสนอครั้งแรกแล้วกรี๊ดสลบ ยืนกรานว่า งานมูราคามิไม่มืดไม่ดำ เราควรจะฉีกภาพความขรึมขลังน่ากลัวตรงนั้นไป ใช้รูปที่แสดงความสดใสร่าเริง สวยงามเตะตาน่าจับต้อง น่าเป็นเจ้าของ

การถ่ายรูปปกใหม่จึงเริ่มขึ้น เปลี่ยนมุมมองการตีความใหม่ให้เป็นความสดใสสนุกสนานของปาร์ตี้ปีศาจตามท้องเรื่อง   เมื่อรูปที่คัดเลือกผ่านเสียงโหวตแล้ว คุณอาร์ท  Try2benice ก็บรรเลงรับช่วงออกแบบต่อ โดยมีพี่แป๊ดจับตามองและช่วยออกความเห็นอย่างใกล้ชิด  จนเสร็จสิ้นออกมาสวยจนเฮียมูเห็นปุ๊บ อนุมัติมาปั๊บ

ขอบคุณมากค่ะพี่แป๊ด 

 


Lexington

 

วันนี้ได้รับอีเมลจากซิลก์โรด เอเย่นลิขสิทธิ์ที่ดูแลการติดต่อหนังสือของฮารูกิ มูราคามิ ให้เราแจ้งมาว่า 

"ผู้เขียนได้อนุมัติปกที่ส่งให้เรียบร้อยแล้ว" 

กรี๊ด เฮียมูดูเองเลยเหรอ ปลื้มสุดๆ

ปกเล่มสุดท้ายในชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" เล่มนี้ ออกเฉดสีแดงฉาน 

เบื้องหลัง และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการถ่ายทำแสนสนุกสนาน เพราะเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายกันถึงดาร์จีลิ่ง ประเทศอินเดีย (ฮ่า) ในเรือนพักบูติกของไร่ชาที่ตกแต่งออกแนวอังกฤษจ๋า 

ส่วนนางแบบ ไม่ต้องหาที่ไหนไกล เจ้าสำนักเปลี่ยนหมวกอีกรอบเดินหมุนตัวผ่านกล้องที่ตั้งความเร็วต่ำจนหน้ามืด  ต่อด้วยการปรับแต่งสีอีกเล็กน้อยลดความหวานเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าถ่ายในทริปฮันนีมูนครั้งที่ 500   โปรยตัวหนังสือชื่อเรื่องลงไปให้ลอยละล่อง เป็นอันเสร็จสรรพ

ตอนนี้ก็เหลือรอต้นฉบับจากแม่งานและบรรณาธิการมาพิสูจน์อักษร จัดหน้ากันต่อ คาดว่าน่าออกทันงานหนังสือเดือนมีนาคมค่ะ  

 


 

Run
 
วันนี้ส่งจดหมายข่าวแจ้งสมาชิกของเว็บไซต์กำมะหยี่ให้ทราบว่า
"เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" 
พิมพ์เสร็จเรียบร้อย
วางแผงแล้วในงานหนังสือตุลา ๕๒
ที่บูธต่างๆ ที่แจ้งไว้ด้านบนค่ะ 

 


 

running

 

วันนี้แว่บเข้ามาอัพเว็บล่วงหน้า ใส่ข้อมูลของ "วิ่งไปบ่นไป" ที่ได้รับการตั้งชื่อใหม่จากผู้แปลว่า "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" พร้อมตัวอย่างให้อ่าน เพราะสองอาทิตย์หน้าจะไม่อยู่ประจำการค่ะ

เหตุที่ต้องมาอัพกันล่วงหน้าก่อน เพราะตอนนี้พวกเราชาวกำมะหยี่กำลังลุ้นกันอยู่ว่า "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" หรือ What I Talk About When I Talk About Running ฝีมือการแปลของคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ที่หลายคนถามถึงจะออกทันงานหนังสือตุลาคมนี้หรือเปล่า

สถานการณ์ล่าสุด ตอนนี้เนื้อในตรวจดิจิตอลปรู๊ฟเรียบร้อยแล้ว โรงพิมพ์ลงเพลตรอหน้าปกอยู่

ส่วนหน้าปกที่เรารอคอย ตอนนี้อยู่ระหว่างรอคำอนุมัติจากเอเย่นต์เจ้าของลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่นอยู่  เราส่งไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ปกติจะได้รับคำตอบรวดเร็วกว่านี้ แต่คาดว่าตอนนี้เขาอาจจะยุ่งๆ อยู่กับมหกรรมหนังสือที่แฟรงค์เฟิร์ตเลยไม่ส่งคำตอบมาเสียที

ทางโรงพิมพ์ของเราก็น่ารัก บอกว่าจะพยายามทำงานให้เสร็จก่อนงานหนังสือจะสิ้นสุด  แต่ถ้าคำอนุมัติยังไม่ตกมา เราก็ไม่กล้าส่งไฟเขียวให้เริ่มพิมพ์ปกนี้อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เราก็อุ่นใจอย่างหนึ่งว่า ในงานหนังสือครั้งนี้ แฟนๆ ของพี่มุจะได้อ่าน "คำสาปร้านเบเกอรี" รอไปพลางๆ ก่อนได้

ใช่มั้ยคะ


 

วันนี้วางหมวกนักแปลเอาไว้ก่อน เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยหยิบมาใส่ คว้าหมวกเจ้าสำนัก ตรวจเลย์เอาต์ภาพประกอบของต้นฉบับ "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" หรือ What I talk when I talk about Runing เหลือเติมข้อมูลอีกเล็กน้อย  สรุปปกกันสักหน่อย 

แล้วก็ ชะแว้บ เปิดไฟเขียวเข้าโรงพิมพ์ได้เลย สักกลางอาทิตย์หน้า ตามกำหนดที่วางไว้คร่าวๆ

ส่วน "คำสาปร้านเบเกอรี" ป่านนี้น่าจะ สุก เอ๊ย...เสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งสายส่งได้แล้ว (คาดเดาเฉยๆ ไม่กล้าถามผู้ดูแล เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่าตามจิกงาน -- ไม่ใช่หรอก แต่ใกล้เคียงนิดๆ   แหม.. ช่วงเวลาหนังสือออกจากโรงพิมพ์เนี่ย ไม่ว่าจะเล่มที่หนึ่งหรือเล่มที่ 14 ความรู้สึกตื่นเต้นไม่เคยลดน้อยลงเลย ไม่รู้ทำไม สงสัยเป็นความบ้าเห่อ)

วางหมวกเจ้าสำนัก หยิบหมวกเว็บมาสเตรสส์ วันนี้ต้องปิดรอยรั่วของเนื้อหาฝั่งภาษาอังกฤษของเล่มเกเก้ เส้นแสง และเบเกอรี ให้เรียบร้อย ถึงเราจะไม่มีงบส่งทีมงานไปล่าลิขสิทธิ์หนังสือที่เมืองแฟรงเฟิร์ตเหมือนใครเขา แต่เราเริ่มติดต่อหาหนังสือสำหรับปีหน้าและปีต่อๆ ไปแล้ว ดังนั้น หน้าเว็บที่เปรียบเสมือนหน้าบ้านและในบ้านของเราควรจะมีข้อมูลให้บรรดาแขกเหรื่อชาวต่างประเทศเข้ามาทำความรู้จักอย่างครบถ้วน เมื่อคืนหัวหน้ากองบรรณาธิการแปลเนื้อหาภาษไทยเป็นอิงลิชให้แล้ว ตรวจสอบชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษบางจุดสักเล็กน้อย แล้วก็ตัดแปะได้เลยแทบจะสำเร็จรูป

คนที่คลิกมาเพราะ 1Q84 เริ่มเบื่อแล้วใช่มั้ยคะ ... เอ้า เข้าเรื่องเสียที  ต่อไปนี้เป็นความเป็นมาเป็นไป เบื้องหลังการซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเล่มหนา 2 เล่ม 1 เรื่อง ชุดนี้

1Q84

 

ในฐานะที่เราติดตามงานของฮารูกิ มูราคามิมาตลอด เมื่อข่าวคราวของ 1Q84 มาถึง เราก็เริ่มติดต่อเอเย่นต์ขอซื้อทันที ต่อมาได้ทราบข่าวว่ามีสำนักพิมพ์อีกแห่งหนึ่งติดต่อขอซื้อไปเช่นกัน 

 การประมูลลิขสิทธิ์จึงเปิดฉากขึ้น

การประมูลครั้งนี้ไม่ได้ทำขึ้นในห้องประมูล มีค้อนทุบอย่างในหนัง  แต่เป็นการประมูลเสนอราคาแบบทางไกลระหว่างประเทศไทยกับอินเดีย ขณะที่ฉันกำลังอยู่บนถนนที่มีเสียงแตรกระหึ่ม เพื่อไปขึ้นเครื่องบินกลับบังกาลอร์หลังพักร้อนแถวดาร์จีลิ่ง คุณแอนส่งอีเมลเข้ามาที่ไอโฟนบอกว่าเราต้องรีบเสนอราคาประมูลไปโดยด่วน การคิดคำนวณค่าลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่มนี้จึงทำไปพร้อมกับการเช็คอินที่นั่ง เดินไปนั่งรอขึ้นเครื่องในสนามบินกัลกัตตา

 ราคาที่เราเสนอไปนั้น เป็นราคาที่เรียกว่า กัดฟันดังกร๊อบ ให้ด้วยใจรักอย่างเดียว ตัดใจไม่สนเรื่องที่ว่าเป็นหนังสือเล่มหนาที่ขายยาก กลุ่มคนอ่านก็ไม่ได้มากมายขายได้ถล่มทลายอย่างในญี่ปุ่น และภาษาไทยไม่ได้เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางเหมือนภาษาอังกฤษ 

ราคาที่เราเสนอไปนั้นเป็นราคาที่เราคำนวณคร่าวๆ แล้วว่า ไม่มีทางได้กำไร อย่างมากเสมอตัว และกว่าจะเสมอตัวเราต้องอดทนค่อยๆ ขายไปเรื่อยๆ อีกนาน  ถ้าสำนักพิมพ์คู่แข่งเสนอราคาประมูลมากกว่านี้ เขาต้องขาดทุนแน่นอน  แสดงว่าเขามีใจให้อย่างเต็มที่เหมือนกัน ...

 ถ้าเราแพ้ประมูล อย่างน้อยหนังสือสองเล่มนี้ก็ตกอยู่ในมือคนที่มีใจให้เหมือนๆ กับเรา จึงไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ไม่ว่าใครได้ลิขสิทธิ์ไป ยังไงคนอ่านไทยก็จะได้อ่าน

สุดท้าย เราก็ได้ข่าวว่าเราชนะประมูล

และตอนนี้ สัญญาลิขสิทธิ์ส่งจากเมืองไทยมายังอินเดียเรียบร้อย ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน เซ็นชื่อในนามสำนักพิมพ์กำมะหยี่เรียบร้อยแล้ว

รอส่งกลับเมืองไทย เพื่อส่งต่อไปญี่ปุ่น เพื่อส่งต่อให้ฮารูกิ มูราคามิ เซ็นชื่อและลงตราประทับประจำตัวตามธรรมเนียมคนญี่ปุ่นเท่านั้น  

 


 

 เนื่องในโอกาสที่ "เส้นแสงฯ" เข้าโรงพิมพ์เรียบร้อยแล้ว วันนี้เว็บมาสเทรสสาว(น้อยแล้ว)ก็จัดแจงเปิดห้องใหม่ในเว็บสำหรับหนังสือเล่มนี้ 2 หน้ารวด  ห้องแรก ในหมวด "หนังสือของเรา" พร้อมทำตัวอย่างในรูปแบบไฟล์พีดีเอฟให้ผู้สนใจดาวน์โหลดไปอ่านเรียกน้ำย่อย ก่อนหนังสือเล่มๆ จะออกวางจำหน่ายให้จับจ่ายเป็นเจ้าของในงานหนังสือสิ้นเดือนนี้

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องรวมประวัตินักแปลทั้ง 5 คน ของหนังสือเล่มนี้ในหมวด "นักเขียนและนักแปลของเรา"  ยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักเท่าไหร่ เพราะยังไม่ได้รูปถ่ายสวยๆ หล่อๆ มาประดับเลยสักคน

ผู้ที่ต้องการยลโฉมแฟนมูราคามิที่มารวมหัวกับเราระลอกแรกนี้ อดใจรออีกหน่อยนะคะ เมื่อได้รูปของทุกคนครบแล้ว จะนำข่าวมาแจ้งเป็นลำดับต่อไปค่ะ


?

นับแต่วางแผนการทำงานเพราะต้องลุ้นว่าจะคลอดลูกคนที่สามทันงานมหกรรมหรือไม่ ทีมงานก็ขะมักเขม้นกับการทำงานในส่วนของแต่ละคน ตอนต้นสัปดาห์ฉันออกจะดีใจเพราะหายไปวันอาทิตย์วันเดียวแต่มีการประสานงานและมีความคืบหน้าของงานไปมากทีเดียว ฉันใจชื้นขนาดบอกโรงพิมพ์ว่าคงส่งต้นฉบับให้ได้ประมาณวันที่ 11 มีนาคมนี้ แต่ถ้าชีวิตไม่มีอุปสรรค มันจะมันส์ได้อย่างไร เดียวแต่มีการประสานงานและมีความคืบหน้าของงานไปมากทีเดียว ฉันใจชื้นขนาดบอกโรงพิมพ์ว่าคงส่งต้นฉบับให้ได้ประมาณวันที่ 11 มีนาคมนี้ แต่ถ้าชีวิตไม่มีอุปสรรค มันจะมันส์ได้อย่างไร

?

วิธีการทำงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รวมทั้งความคาดหวังและผลลัพธ์ที่ต้องการก็แตกต่างกัน ปัญหาจะน้อยลงเมื่อปรับให้สอดคล้องกันได้ หากเรื่องใดไม่สามารถจูนกันติด ก็ต้องหาทางออก ทางแก้กันไป ปกหนังสือคงจะส่งได้ก่อนตามที่คาดไว้ ฉันว่าก็ดีนะ เพราะปกมันยุ่งยากกว่าเนื้อใน เราค่อนข้างจะตกลงกันได้ในเรื่องภาพรวม เหลือรายละเอียดปลีกย่อยที่คุณอาร์ทของเราก็ให้ความเห็นและคำแนะนำเหมือนเป็นพลพรรคกำมะหยี่เช่นเดียวกัน คุณอาร์ทเป็นแฟนตัวยงของพี่มุ (ชื่อเล่นของมูราคามิที่เราเรียกกันประจำ)ถึงกับสมัครเป็นแฟนใน facebook ทั้งๆ ที่ฉันเองใช้ facebook มาก่อนแต่ยังไม่ได้สมัครเป็นแฟนทั้งมูราคามิและมาร์จอเน่ ซาทราพิซักที (รู้สึกผิด แต่โทษพี่คอมจอยักษ์ที่ตั้งแต่ลงโปรแกรมต้านไวรัสก็เป็นไข้มาๆ หายๆ อยู่เช่นเดิม)

?

ส่วนเนื้อใน ถ้าฉันไม่เป็นโรคละเอียดทุกเม็ดขึ้นสมองก็คงจะส่งต้นฉบับได้ทันอีกเหมือนกัน แต่โรคนี้รักษาไม่หาย บางคนเรียกว่าพวกเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์หรือพวกที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ฉันเรียกว่า "อาการรู้สึกผิดถ้าไม่แก้สิ่งที่เห็นอยู่คาตา" ฉันรู้ๆ อยู่เหมือนกันว่าคนที่ทำงานกับฉันได้เป็นคนอดทนมั่กมากกกกก

?

แต่เมื่อแลกกับความภูมิใจที่ได้เห็นลูกคลอดออกมาแบบมีที่ติน้อยที่สุด ฉันก็หายเหนื่อยและหายอาการท้อใจจากความแตกต่างของฉัน ความที่ขาดความอบอุ่นต้องการคนเข้าใจ (ว่าไปนั่น)อาจจะคล้ายๆ พี่แป๊ดที่การทำหนังสือเล่มนี้ เหนื่อยจริงๆ แต่พอเห็นผลงานก็หายเหนือยเป็นปลิดทิ้ง

?

นอกจากเรื่องนี้แล้ว ฉันก็ซึ้งใจที่คุณมิวตั้งหน้าตั้งตาแปลบทสัมภาษณ์มาร์จอเน่ ซาทราพิ ที่เราเพิ่งอัพบล้อกไปไม่นานนี้ (แหะๆ แต่ขอโทษ ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยสุนทรพจน์ของพี่มุเรียบร้อยแล้ว) คุณมิวแปลตั้งแต่หนึ่งทุ่ม ประมาณตีหนึ่งเราถึงเห็นบทความที่อ่านแล้วอารมณ์ดีพร้อมรูปเสร็จสรรพ ฉันเองก็ใช้เวลาแปลสุนทรพจน์ของมูราคามิอยู่หลายชั่วโมงเหมือนกัน

?

แหม ก็จะแปลงานของนักเขียนระดับโลกทีนึง ฉันก็กลัวคนจะค่อนเอาว่า แปลไม่ดีพอนะสิ

?

แต่ฉันก็ทำได้เท่านี้แหละ ยังไงจะแว๊บไปอ่านแล้วแก้พวกตัวสะกดหรือเลือกคำให้ดีขึ้นละกันนะ

?

จากนั้นก็เป็นเรื่องราวจิปาถะ ฉันไปขนหนังสือพันกว่าเล่มเตรียมมาขายให้พี่น้อง แฟนๆ ในงานมหกรรม ได้น้องพงษ์และป้าอู๋ช่วยกันขยันขันแข็ง ถ้าฉันทำคนเดียวฉันคงล้มพับไปแน่ๆ นี่ป้าอู๋ช่วยฉันจนต้องไปซื้อเคาน์เตอร์เพนมาทา บรรเทาอาการยอกจากการเดินขึ้นลง ก้มๆ เงยๆ ส่วนปัญหาอื่นๆ ฉันก็กำลังหาทางแก้อยู่ แก้ไม่ได้ยังไง ฉันก็คงต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

?

ดีใจตรงที่ว่า ไม่ว่าจะเจออุปสรรคใดๆ ในสัปดาห์นี้ ฉันก็ยังไม่ท้อแท้ ทำงานต่อไป เบื่องานนี้ก็หยิบอีกงานมาทำ แล้วก็ถึงเวลาที่ฉันต้องมาสะสางเรื่องหลังบ้านแล้วล่ะ


<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 ถัดไป > สุดท้าย >>
ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions