ThaiEnglish

ต้อนรับ "ไก่ใส่พลัม"

อืดฉืดล่าช้าอยู่เนิ่นนาน ในที่สุด "ไก่ใส่พลัม" ก็คลอดออกมาเสียที  พลพรรคกำมะหยี่จึงจัดแปลบทสัมภาษณ์มาร์จอเน่ ซาทราพิ ผู้เขียน มาฝาก >> คลิกไปอ่าน

Tag >> Murakami

 

งานหนังสือเดือนตุลาย่างเข้าครึ่งช่วงเวลาแล้ว

เกินความคาดหมาย หากใครจะคาดหมาย แต่เราไม่คาดหมาย 1Q84 ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  จริงๆ ไม่ได้พูดเล่นให้คนหมั่นไส้ ในวันธรรมดายังมีคนแวะเวียนมาซื้อโดยตั้งใจจริง ต้องขอขอบคุณทุกคนมา ณ ที่นี่ค่ะ 

หากใครได้แวะมาที่ W11 จะสังเกตได้ว่า เราไม่มีเด็กเชียร์ ไม่มีการกดดดันที่จะคอยถามว่า  มีเล่มนั้นแล้ว ไม่รับเล่มนี้หรือคะ ถ้าชอบเล่มนี้ มีเล่มนั้นนะคะ บลาๆๆๆๆ ฯลฯ  พนักงานสาวสวยสองคนของเรามีหน้าที่แค่ คิดเงิน เก็บเงิน ทอนเงิน คอยบอกว่าถ้าไม่รับถุงพลาสติกลดเพิ่มอีก ๒ บาท ถ้าซื้อหนังสือที่คุณนพดล  เวชสวัสดิ์ แปล จะมีหนังสือสมนาคุณจากใจผู้แปลให้เลือก   แล้วก็จากกันไป (ขออภัยสำหรับผู้ที่ยังไม่อยากจากกันเร็วเช่นนี้)

 Ratแต่ขีวิตของสำนักพิมพ์ไม่ได้จบแค่งานหนังสือหรอกนะคะ เรายังมีเล่มอื่นๆ ให้่ดำเนินต่อไป  ระหว่างที่แกะพลาสติกห่อหนังสือเอามาตั้งให้คนอ่านได้เลือกเฟ้นเป็นเจ้าของ  ข่าวคราวที่ส่งมา "หลังบ้าน" ก็ล้วนเป็นข่าวดี

ข่าวดีแรก :   สดับลมขับขาน และ  พินบอล, 1973 แกะรอย แกะดาว และด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่แปลโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ได้รับการอนุมัติจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยผ่านการเห็นชอบจากผู้แปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ  

งงใช่มั้ยล่ะ 

เรื่องของเรื่องคือในสัญญาใหม่ที่เราทำกับเฮียมู มีข้อระบุว่าถ้าแปลจากภาษาอื่นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้แปลภาษานั้น (ญี่ปุ่น-อังกฤษ) ก่อน  คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ตัวแทนด้านลิขสิทธิ์ของเราก็ขวนขวายจนเจอผู้แปลและได้คำอนุมัติมา  (สำหรับสดับลมฯ และ พินบอลฯ  ในมูลค่าหนึ่ง  ซึ่งคุณนพดล บอกว่า หักจากค่าแปลผมไปก็ได้ -  ซึ่งเราก็บอกว่า ไม่ได้ค่ะ อย่างเลวที่สุด เราก็หารค่าใช้จ่ายนี้กัน) 

ข่าวดีที่ ๒ : คุณเจย์ รูบิน ซึ่งได้รับการติดต่อเรื่องคำอนุมัติหนังสือของเฮียมูเล่มอื่นๆ  (ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย / แกะรอยแกะดาว ฯลฯ,) เช่นกัน บอกว่า "เอาไปใช้เถอะ ไม่คิดตังค์"

แมนมากค่ะ ทั้งคุณนพดลและคุณรูบิน  (ที่สนพ.กรี๊ดกันดังสนั่นหวั่นไหว)

สรุปว่า หลังงานหนังสือ ชุด "ไตรภาคแห่งมุสิก" ( สดับลมขับขาน / พินบอล, 1973 / แกะรอย แกะดาว )  และด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย จะออกตามมาติดๆ แบบถูกต้องถูกลิขสิทธิ์ตามที่ควรเป็น 

 

โปรดติดตาม

 

 


 

n3

เมื่อวานนี้มีเรื่องให้ยิ้มๆ นิดหน่อย  มีอีเมลมาสองฉบับ ฉบับแรกจากคุณโอ้ พงศธร ที่ออกแบบปกเล่ม ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ส่งปกหน้า สันปก และปกหลัง ที่ปรับใหม่ สลับเอาปกหน้าจากแบบหนึ่งที่ส่งมาคราวก่อน มาคู่กับปกหลังจากแบบที่สองที่ส่งมาให้เลือกพร้อมกันก่อนหน้านั้น 

ฉบับที่สองมาจากคุณภาณุ ผู้ออกแบบปกเล่ม 1Q84 ส่งที่คั่นหนังสืออีกแบบนึงมาให้เพิ่มเติมจากสองแบบแรก ลดขนาดจากกว้าง 2 นิ้ว เหลือ 1.5 นิ้ว 

เรื่องที่ทำให้ยิ้มไม่ได้เป็นแค่เรื่องงานคืบหน้าไปอีกนิด  แต่เป็นเพราะกระบวนวิธีการสื่อสารของเราได้เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม  ผู้ออกแบบทั้งสองติดตามความเห็นของเราและแฟนๆ ที่คอมเมนต์ในเฟซบุคเพจ ก่อนสรุปปรับงานมาส่ง โดยที่เราไม่ต้องแจ้งทางอีเมลให้เสียเวลา นับเป็นพัฒนาการของการออกแบบปกที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง

แล้วเกี่ยวอะไรกับหัวข้อบันทึกเนี่ย

ไม่เกี่ยวหรอกแค่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากเล่าสู่กันฟัง

เข้าเรื่องกันบ้าง 

หลังจากที่เราส่งหน้าเครดิต ปก 1Q84 ทั้งสองเล่มไปให้อนุมัติ พร้อมกับประวัติของผู้แปลสองท่านที่มาร่วมงานเพิ่มเติมจากนักแปลที่เราแจ้งไปในคราวแรก (ไอ้เราก็ดันยุ่งๆ มุ่งแต่จะทำงานต้นฉบับให้เสร็จ เลยลืมส่งประวัตินักแปลไปให้ทางนั้นอนุมัติก่อน)  ทาง "Mr'Murakami's office"  ส่งคำถามกลับมามากมาย ทำไมต้องเพิ่มนักแปล แล้วทำงานร่วมกันอย่างไร ใครทำอะไรบ้าง

ด้วยตอนนี้ เนื้อในเล่ม ๑ เสร็จพร้อมแล้ว รอส่งเข้าโรงพิมพ์ได้แล้ว รอไฟเขียวจากเฮียอย่างเดียว  ถึงแม้ว่ายังพอมีเวลาส่งช้ากว่านี้สักสองสามวันก็ยังพอจะเสร็จทันกลางเดือนหน้า วัยเลยรุ่นใจร้อนอย่างเราก็เริ่มกระวนกระวาย ร่าย "สาส์นรัก" อธิบายละเอียดยิบทั้งกระบวนการแปล การอีดิท ประวัติผู้ร่วมงานครบชุด ชนิดถ้ายังติดใจสงสัยไม่วางใจกันอยู่ หนูก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะ ตอบกลับไป 

ตอบไปด้วยความเกร็งนิดๆ แต่ด้วยความเข้าใจอย่างยิ่ง ในมุมหนึ่ง ดีใจด้วยซ้ำที่มีโอกาสได้สื่อสารกับนักเขียนในดวงใจ เพราะไม่ว่าผู้เขียนเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเราก็มีจุดหมายเดียวกันคืองานที่ดีมีคุณภาพเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

รอคำตอบนะคะเฮีย    

 

 

 

 


rat

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ทำโพลสอบถามแฟนๆ ที่เฟซบุคเพจของสำนักพิมพ์ว่าต้องการให้เราซื้อลิขสิทธิ์ผลงานของฮารูกิ มูราคามิ เล่มไหนมาจัดพิมพ์ซ้ำอีกรอบ ผลออกมา คือ พินบอล 1973, รักเร้นในโลกคู่ขนาน และสดับลมขับขาน ได้รับเสียงเรียกร้องเป็นอันดับแรกๆ 

เปิดโหวตแบบประชาธิปไตยไปแล้ว เราก็นำระบบเผด็จการนายทุนมาใช้ต่อ พลพรรคกำมะหยี่รวมทั้งสิ้นสองคนลงความเห็นอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ควรทำ พินบอล 1973 และ สดับลมขับขาน ก่อน เพราะสองเล่มนี้อยู่ในชุด "ไตรภาคมุสิก" ถ้าทำออกมารวมกับเล่ม "แกะรอย แกะดาว" ที่เราออกไปแล้วก่อนหน้า หนังสือชุดนี้จะได้ครบชุดเสียที

ส่วนรักเร้น กรุณารอหน่อย กำลังคนเราน้อย เราต้องค่อยๆ ทำ

อีกเล่มหนึ่งที่เราว่าควรจะทำคือ อาฟเตอร์ เดอะ เควก ที่พี่ยักษ์คมสัน นัน ผู้แปล เคยสอบถามมาว่ากำมะหยี่มีโครงการจะพิมพ์ใหม่หรือเปล่า แล้วทางเราตอบอ้อมแอ้มไปว่า ทำค่ะแต่อาจจะต้องรอนิดนึง ซึ่งพี่เขาก็ตอบกลับมาแบบไม่เก็บงำน้ำเสียงประชดประชันเสียเท่าไหร่ว่า "ชั้นรอด้าายย" 

การจะนำอาฟเตอร์ เดอะ เควก มาทำใหม่ ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังตกอยู่ในช่วง อาฟเตอร์ เดอะ เควก อีกครั้งอย่างในตอนนี้ ในทางการตลาดน่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะเหม็ง  แต่เราไม่คิดว่าจุดนั้นเป็นสาระสำคัญ เพราะเรามั่นใจ หนังสือของเฮียมู ยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว ขายหมดเร็วหรือหมดช้า เราอดทนรอได้นานแค่ไหนก็ได้เท่านั้น เหตุผลที่เราอยากจะทำเป็นเพราะคนอ่านคนไทยในยุคนี้ ยุคที่ได้เห็นภาพ ได้รับทราบข่าวสารแบบแทบจะไร้พรมแดน จะเข้าใจหนังสือเล่มนี้ เข้าใจความรู้สึกว่างเปล่า ความรู้สึกว่าชีวิตช่างบอบบางที่อยู่ในใจคนญี่ปุ่นหลังเจอมหันตภัยธรรมชาติได้อย่างชัดเจนยิ่ง

ตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว ก็ส่งอีเมลให้คุณเจน ณ ซิลก์โรด เอเยนซี่คนเก่งของเราให้ติดต่อเอเยนซีทางญี่ปุ่น ได้ความว่า พินบอลกับอาฟเตอร์ ลิขสิทธิ์ว่างแล้ว  ส่วนสดับลม ตอนเขียนไปถามดันลืมใส่ไปด้วย เลยยังไม่รู้  และแอบหวั่นใจนิดๆ ว่าเฮียจะให้หรือเปล่า เพราะไปเห็นที่ไหนก็ไม่รู้บนเน็ตบอกว่า เฮียไม่ขายเล่มนี้ให้แปลเป็นอังกฤษแล้ว เพราะเห็นว่าไม่ควรค่าน่าพิมพ์เผยแพร่  เดี๋ยวคงได้รู้ว่าจะยังไงกับภาษาไทย 

 

 เฮียอ่ะ อย่าเยอะได้มั้ย  ตอนลุ้นน่ะ มันเหนื่อยนะคะ 

 

 


FF

เดือนมีนาคมมาแล้ว  งานหนังสือใกล้เข้ามาอีกแล้วครับท่าน

คำถามประจำเทศกาลนี้คงไม่พ้น  สำนักพิมพ์มีหนังสือใหม่ออกหรือเปล่า 

ถ้าไม่มี เราจะตอบว่า ไม่มีค่ะ เราเลิกยึดติดว่าต้องรีบออกหนังสือให้ทันงานหนังสือกันแล้ว

ในกรณีที่มี  ถึงเราจะเลิกยึดติดแล้ว แต่ก็อดจะดีใจไม่ได้ว่าได้เข้าร่วมเป็นสีสันให้นักอ่านชื่นใจ สมกับที่ต้องออกจากบ้านไปเดินฝ่าฝูงชนตามหาหนังสือใหม่ที่หมายใจอยากเป็นเจ้าของก่อนใคร

รายงานความเคลื่อนไหวกันดีกว่าเนอะ  งานหนังสือมีนาคม 54 นี้ เล่มที่น่าจะออกทันงานหนังสือ อาจจะก่อนหรือระหว่างงาน คือ "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านพ้นขั้นตอนการตรวจดิจิตัลปรูฟ เตรียมลงเพลตขึ้นแท่นพิมพ์แล้ว 

ส่วน "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ฉบับพิมพ์ครั้งใหม่ เนื้อหาเรื่องสั้นที่เพิ่มเปลี่ยนเข้ามาจัดเลย์เอาท์รอบแรกใกล้เสร็จแล้ว  ส่วนปกใหม่ อยู่ระหว่างการรอผลโหวตในเฟซบุคเพจของสำนักพิมพ์  ปิดรับโหวตเที่ยงคืนวันนี้  ระหว่างที่รอๆ อยู่นี้ คุณโอ้ - พงศธร  ผู้ออกแบบปกได้ส่งแบบปกหลังพร้อมคำโปรยมาให้  เหลือปรับแก้อีกนิดหน่อย รอผลโหวตแล้วปรับให้ตรงกับแบบที่ได้รับเลือก ก็น่าจะส่งเข้าโรงพิมพ์ได้พร้อมกับเนื้อในที่รอตรวจหาจุดแก้ไข 

จะออกทันงานหนังสือหรือไม่ แม้ปากจะบอกว่าเลิกยึดติด แต่ก็แอบมีลุ้นกันอยู่เล็กๆ ลึกๆ   

 

 

 



SOB
 
 
การตรวจดิจิตัลปรูฟเล่มซามูไรสีม่วง ทั้งหน้าปกและเนื้อในเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว  ทางโรงพิมพ์ภาพพิมพ์คงจะลงเพลตและขึ้นแท่นพิมพ์ภายในวันสองวันนี้ 
 
ทางด้านเล่ม หญิงสาวฯ หรือชื่อเต็มๆ ว่า "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" South of the Border, West of the Sun  นิยายที่หลายคนรอคอยก็ใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้ว 
 
เนื้อในตรวจเสร็จแล้ว ไฟล์ดัมมี่สำหรับแจกแจงรายละเอียดของเล่มเสร็จแล้ว เหลือเซฟแล้วส่งให้โรงพิมพ์
 
ทางด้านปก ปกหน้าได้รับอนุมัติจากทางญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว และนำมาฝากกันในบล้อกวันนี้ด้วย
 
ท่านที่ติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องปกของเล่มนี้มาตลอดคงจะจำได้ว่าเราได้เปลี่ยนภาพปกไปแล้วสองรอบ รอบแรกเป็นผู้หญิงผมยาว รอบหลังเป็นผู้หญิงผมสั้นนั่งหันหลังเปลือยเปล่า  รอบแรกถูกแบนโดยคนในสำนักพิมพ์เราเอง  รอบสองทางญี่ปุ่นบอกว่าไม่เอาภาพเปลือยกลัวจะชี้นำผิดทาง
 
เราก็เลยเลือกภาพใหม่ คราวนี้สลับคอนเสปท์จากการเน้นที่หญิงสาว มาเน้นที่ความรู้สึกของฝ่ายชายกันบ้าง  พอส่งรูปนี้ไป ก็มีคำขอให้แสดงเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกรูปนี้  
 
เราตอบกลับไปว่า
 

For us, this picture represents the state of mind of the narrator who is the book's protagonist, as well as his image. 

Being a so-called successful man, passionately running  jazz bars, the father of a lovely family, owning luxury cars, a country house, etc., we might say that he has achieved a certain social status, living on a high step in the society, which is at the same height as the photography's shooting point. However, deep down in his hearth, he still looks back to his youth past, obsessed by a girl who had a leg problem. 

As this obsession conduces him to focus on girls' legs  to see if she is his first love, the photography which reflects the vision of someone on the top glancing down at the legs of a passing woman matches, in our opinion, the perception of the narrator and his own story.
 
แปลกันสักนิดเนอะ
 
สำหรับเรา รูปนี้นำเสนอภาวะจิตใจของผู้บรรยายในเล่มซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง พร้อมๆ ไปกับภาพลักษณ์ของเขา
 
ในฐานะชายผู้ที่เรียกๆ กันว่าประสบความสำเร็จ บริหารกิจการบาร์แจ๊ซอย่างทุ่มเท พ่อของครอบครัวเล็กๆ น่ารัก ขับรถยนต์หรู มีบ้านพักตากอากาศต่างจังหวัด และอื่นๆ  เราอาจพูดได้ว่าเขาได้ก้้าวขึ้นสู่ชนชั้นที่ดี ชีวิตอยู่ในระดับสังคมที่สูง ซึ่งอยู่ในจุดความสูงเดียวกับมุมภาพ  อย่างไรก็ตาม ลึกลงไปในจิตใจ เขายังคงหวนไห้ถึงอดีตวัยเยาว์ หมกมุ่นอยู่กับเด็กหญิงผู้มีขาเสียคนหนึ่ง
 
ความหมกมุ่นนี้ชักพาให้เขาจดจ่ออยู่กับขาของบรรดาผู้หญิง เพื่อดูว่าใช่รักแรกของเขาหรือเปล่า  สำหรับเราภาพถ่ายที่สะท้อนภาพที่คนๆ หนึ่งบนมุมสูงเหลือบมองลงไปที่ขาของผู้หญิงที่เดินผ่านมาภาพนี้ตรงกับภาพในใจของผู้บรรยายและเรื่องราวของเขา
 
 
ตอนนี้ เราเริ่มทำปกหลังกันแล้วค่ะ เมื่อปกหลังเสร็จ คิดว่าปลายอาทิตย์หน้าน่าจะส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์ได้   น่าจะออกทันช่วงวาเลนไทน์ (หวังว่า) 
 
 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคุณปู สุพัตรา สุขสวัสดิ์  บรรณาธิการเล่มผู้ขันแข็งของเล่ม "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก"  (หรือในรหัสลับชื่อเล่นสั้นๆ ว่า "หญิงสาวฯ") ได้ส่งไฟล์ต้นฉบับที่เธอปรับแก้จากต้นฉบับที่ผ่านการตรวจเทียบกับฉบับภาษาญี่ปุ่นโดยคุณจินตนา เวชสวัสดิ์ หรือพี่ซังเสียงหวานของเรามาถึงหน้าจอเรียบร้อยแล้ว 
 
SOB
 เปิดทำงานวันจันทร์มาวันนี้  เปิดไฟล์ออกมาดู  เปิดต้นฉบับภาษาอังกฤษ กางต้นฉบับกระดาษที่มีความเห็นเขียนด้วยดินสอด้วยลายมือสวยๆ ของคุณซังเพื่อเทียบเคียงดูว่าคุณปูปรับแก้ตามหรือคงความไว้ตามเดิมที่ไหนอย่างไรบ้าง
 
นั่งไล่อ่านหันขวาบนหน้าจอ หันซ้ายบนหน้ากระดาษ แล้วพักสายตาหยิบกล้องมาเก็บภาพและเขียนบันทึกเล่าสู่กันฟังและเพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก
 
แน่นอนว่าต้นฉบับไทยที่แปลจากต้นฉบับอังกฤษกับต้นฉบับแรกเริ่มภาษาญี่ปุ่นแท้ๆ ย่อมไม่อาจจะเหมือนกันเปี๊ยบ เพราะมีการเปลี่ยนถ่ายถ้อยคำสำนวนจากผู้แปลในแต่ละขั้น  ในตอนแรกที่ตัดสินใจให้มีการตรวจเทียบ ทางเราก็กริ่งเกรงว่าจะมีการกระทบกระทั่งมีการแง่งอนเกิดขึ้น  หากตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่เห็นเด่นชัด คือ ใจที่ผู้ร่วมงานใส่ให้กับงานชิ้นนี้  จึงไม่มีศึกเบ่งอัตตาปรากฎ
 
คุณซังตรวจเทียบละเอียดลออโดยไม่รับค่าตอบแทน "พี่อยากทำงานของมูราคามิทุกเล่มล่ะค่ะ" พี่ซังกล่าววันที่ได้รับต้นฉบับ   ส่วนคุณปูผู้คอยสะกิดย้ำคอยกระตุ้นถามถึงความคืบหน้าตั้งแต่แรกเริ่มก็ไม่มีง้ำงอถือตน เมื่อมีความเห็นแย้งเกิดขึ้น ก็พิจารณาปรับตามที่สมควร คงไว้ในส่วนที่เห็นว่าเป็นสิทธิ์ในการคงสำนวนเดิมไว้  นับเป็นโชคดีของเราที่ได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกับบรรณาธิการมืออาชีพสองท่านนี้ ทำให้เกิดความมั่นใจมากๆ ว่า "หญิงสาวฯ" ฉบับพิมพ์ใหม่ครั้งนี้ต้องออกมาดีเยี่ยมงามหมดจดสมกับการรอคอยของแฟนๆ 
 
 

 
 
 

 

เมื่อวานเย็น เราสรุปราคาสเป็คกระดาษทั้งสำหรับหน้าปกและเนื้อในของเล่ม "ไก่ใส่พลัม" เรียบร้อยแล้ว เหลือตรวจดิจิตอลปรูฟ ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมก็ลงเพลต ขึ้นแท่นพิมพ์  พิมพ์เสร็จทำใบนำเสนอสายส่ง นัดโรงพิมพ์ไปส่งของ เป็นอันเรียบร้อย ลูกน้อยเล่มล่าสุดของเราจะได้เดินทางสู่แผง (เสียที) 

ช่วงคาบเกี่ยวใกล้ปิดเล่มอย่างนี้ ได้เวลาแบ่งภาคหันมาเปิดเล่มใหม่ ที่ตอนนี้เข้าคิวอยู่สองเล่ม คือ "การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" กับ "ซามูไรสีม่วง"  สองเล่มอยู่ในขั้นตอนสูสี ยังไม่รู้ว่าเล่มไหนจะถึงเส้นชัยก่อน  

เล่มที่สอง ต้นฉบับเนื้อในเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือดูปกที่คุณภาณุ ผู้ออกแบบปกเล่ม "แช่มช้า" จะจัดส่งมาให้  ถ้าได้ปกปุ๊บ ส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์ดูปั๊บ ก็เข้าโรงพิมพ์ได้เลย 

oldSOB

ส่วนเล่มแรก  ถึงจะเป็นการพิมพ์รอบสองจากต้นฉบับที่เคยตีพิมพ์มาแล้ว แต่เราก็ได้จัดให้มีการอ่านเทียบต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นอีกรอบหนึ่งโดยคุณซัง - จินตนา เวชสวัสดิ์  

ตอนนี้ต้นฉบับที่ตรวจทานแล้วอยู่ในมือของคุณปู สุพัตรา สุขสวัสดิ์ บรรณาธิการเล่ม ที่จะดูแลแก้ไขให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่อไป  

ทางด้านปก คุณอาร์ท - สุรัติ try2benice  รับไปดูแล  แรกเริ่มเมื่อหลายเดือนก่อน (ประมาณเดือนมีนาคมโน่นล่ะค่ะ) ออกแบบจากภาพหญิงสาวผมยาวสลวยยาวถึงกลางหลังที่นำมาให้ดูในวันนี้  

รูปสวย การจัดวางตัวหนังสืองามงดหมดจด แต่พอกลับไปอ่านเนื้อเรื่องอีกรอบ มีเสียงแว่วแย้งมาดังๆ ว่า หญิงสาวในเรื่องผมสั้น  ตามมาด้วยมีเสียงแย้งมาว่า  

 "เราจำเป็นต้องให้หญิงสาวบนปกถอดแบบจากในเรื่องเป๊ะเลยหรือ เพราะปกแรกที่มีหญิงสาวผมยาวถึงกลางหลังเดินหันหลัง ช่วงบนใส่เสื้อชั้นใน  มันดูหลอนๆ ชวนค้นหา นึกถึงฉากตอนที่ฮาจิเมะวิ่งตามหญิงสาวเดินขากระเผลก ตามเท่าไหร่ก็ตามไม่ทัน และไม่เคยจะตามเธอทันชั่วชีวิต ไม่รู้กระทั่งว่า แท้จริงหญิงสาวคนนั้นคือชิมาโมโตะหรือเปล่าด้วยบางสิ่งคล้ายจริง บางสิ่งคล้ายไม่จริง ดูลึกลับ น่าสนเท่ห์กว่า"

ความเห็นนี้มีเหตุผล แต่หลายเสียงมองว่าภาพหน้าปกควรจะสื่อเสี้ยววินาทีหนึ่งของเหตุการณ์ที่ปรากฎในเรื่อง  ปกหนังสือในความคิดของพวกเรา นอกจากมีหน้าที่เป็นหน้าเป็นตาดึงดูดให้คนอ่านหยิบซื้อมาจากแผงในขั้นต้นแล้ว เมื่ออ่านจบ คนอ่านควรจะเห็นภาพในเรื่องนั้นปกหน้าปกด้วย  ถ้าในเรื่องเป็นผู้หญิงผมสั้น แล้วหน้าปกเป็นผู้หญิงผมยาว คนอ่านคงจะงงว่าแม่ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาทำอะไรอยู่บนปกเล่มนี้

การออกตามหารูปถ่ายของหญิงสาวในเรื่องจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง  และเพิ่งตัดสินใจเลือกกันได้ไม่นานนี้ 

คุณอาร์ทจึงต้องเริ่มงานใหม่อีกครั้ง  

 

เมื่อได้เวอร์ชั่นใกล้สรุปเต็มทีแล้ว เราจะนำมาอวดกันในลำดับต่อไป  


 


BF

 คืนวันพุธ  ทางญี่ปุ่นแจ้งเรื่องความสับสนในเรื่องสั้นที่มีชื่อเดียวกัน ที่กลายเป็นเรื่องสั้นเรื่องที่เจ็ดที่หายไป

คืนวันพฤหัสบดี เรารวมพลทีมงานเล่มนี้ครั้งใหม่ ทำเลย์เอาท์ เติมเรื่องสั้นที่ควรจะอยู่ในเล่มนี้ลงไป

ตลอดวันศุกร์  - รอคำอนุมัติจากเฮียมู

และคืนวันศุกร์ เวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ เราก็ได้อีเมลจากทางคุณเจน ตัวแทนของเราว่าทางมูราคามิอนุมัติให้เราเริ่มการพิมพ์หนังสือได้

เช้าวันเสาร​์ โรงพิมพ์ได้รับไฟล์สำหรับทำเพลตใหม่  พร้อมกับเริ่มการพิมพ์เพลตที่ไม่มีการแก้ไข  และรับปากว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ให้ออกทันวันพฤหัสบดี ที่ ๑ เมษายนนี้ให้จงได้

 

รายงานต่อเติม : วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ ๑ เม.ย. ทางโรงพิมพ์ได้นำ "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ไปส่งให้เราที่งานเรียบร้อยแล้วค่ะ 

 

 จบข่าวค่ะ  :-)


 

ขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปคล้ายจะเรียบร้อยอยู่แล้วเชียว

ฉับพลันทันใดนั้น ฟ้าก็ผ่าลงมากลางวง 

เพลตของเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" กำลังจะขึ้นแท่นพิมพ์อยู่แล้วเชียว ก็โดนคำสั่งยิงลงมาว่าให้หยุดก่อน เพราะว่าเราต้องเติมเรื่องสั้นอีกเรื่องนึงลงไป เรื่องสั้นเรื่องนั้นคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เคยตีพิมพ์แล้วในเล่ม “เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน” 

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า 

เดิมทีในฉบับภาษาญี่ปุ่น รวมเรื่องสั้นเล่ม Lexington Ghosts มีเรื่องสั้้นทั้งหมดเจ็ดเรื่อง โดยเรื่องที่เจ็ดเป็นเรื่องที่มีชื่อว่า Blind Willow, Sleeping Woman ชื่อเหมือนกับเรื่องสั้นในเล่มเส้นแสงฯ เปี๊ยบ ในตอนแรกเราจึงตัดสินใจตัดเรื่องสั้นเรื่องนี้ออกด้วยนึกว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เหลือเพียงหกเรื่อง ทำต้นฉบับส่งโรงพิมพ์ทำเพลตเรียบร้อย ด้วยนึกว่าก็มันเป็นเรื่องเดียวกันจะให้ลงซ้ำได้ยังไง

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า  เรื่องสั้นทั้งสองเรื่องที่ชื่อ Blind Willow, Sleeping Woman ซึ่งแยกปรากฎในรวมเรื่องสั้นสองเล่มนั้นมีชื่อเดียวกันก็จริงแต่มีเรื่องราวแตกต่างกัน เป็นคนละเวอร์ชั่นกัน เหมือกันแค่ชื่อ ข้างในไม่เหมือน

(ช่างทำไปได้นะคะเฮียมู)

และที่น่าสนุกกว่านั้นอีกคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เราตีพิมพ์ในเล่มเส้นแสงฯ ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ควรจะอยู่ในเล่ม “ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน” เล่มนี้  เราจึงจำต้องนำมาใส่ไว้ให้ถูกต้องเรียบร้อยตามคำขอของทางเจ้าของลิขสิทธิ์

ถึงแม้เรื่องตลกที่หัวเราะไม่ค่อยออกนี้จะทำให้ต้นทุนการพิมพ์ของเราสูงขึ้นเพราะมีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้น แต่เราขอคงราคาขายเดิมสำหรับเรื่องสั้นหกเรื่องเอาไว้ เพื่อเป็นการขออภัยผู้อ่านที่อาจจะอึดอัดไม่ชอบใจที่สันปกไม่สวยเนี้ยบเวลาวางบนชั้นหนังสือ   เพราะสันปกของเราเล่มนี้จะมีเส้นขอบขาวเกินมาหน่อยๆ เนื่องจากเราเพิ่มแทรกเนื้อในเข้าไปอีก 28 หน้าในวินาทีสุดท้าย

งานเลี้ยงคราวนี้จึงเลิกราแบบชุลมุนเหลือหลาย แต่ขอทิ้งท้ายด้วยข่าวดีว่า Blind Willow, Sleeping Woman ลึกลับที่หายไปนั้น เราจะจัดแปลและจัดพิมพ์เปลี่ยนใส่ในเล่ม เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน ฉบับพิมพ์ซ้ำครั้งที่สองค่ะ 
 
กำหนดออกวางแผงของ ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน ฉบับมีเจ็ดเรื่องในราคาหกเรื่อง จึงยังลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ คงต้องรอดูก่อนว่าคุณนุ้ย นักจัดหน้าผู้แสนดีและแสนอึดของเราจะสามารถดึงเนื้อหาของเรื่องสั้นที่หลงเล่มให้กลับมาคืนรังได้เมื่อไหร่  ถ้าได้ภายในวันสองวันนี้  และทางโรงพิมพ์เดินเครื่องพิมพ์เพลตอื่นๆ รอก่อนได้ ก็คงจะได้ส่งไปที่งานหนังสือประมาณอาทิตย์ที่สองกระมัง  
 

พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่แป๊ด - ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง แห่งสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดที่มารับหน้าที่แม่งานและบรรณาธิการ อย่างตั้งอกตั้งใจยิ่ง และขออภัยพี่ด้วยที่ไม่สามารถออกหนังสือให้ลงช่วงต้นงานได้ตามกำหนดเดิม ทั้งๆ ที่พี่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เล่มนี้ ดูแลเล่มนี้ก่อน "ลูกในไส้" หนังสือของสนพ.พี่เสียอีก

 

ส่วนในอาทิตย์แรก  เราขอฝากฝัง "ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย" พิมพ์ครั้งที่ 2 รุ่นกรอบเงินเอาไว้ในอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะคะ ฉบับพิมพ์ครั้งนี้ ทางทีมงานกำมะหยี่กับทีมแม่ไก่ขยันนำต้นฉบับเดิมมาอ่านตรวจพิสูจน์อักษรกันอีกรอบ ถึงจะต้องเปลี่ยนเพลตเพิ่มต้นทุน แต่เราก็เต็มใจทำเพื่อให้งานออกมาดีที่สุดเท่าที่กำลังของเราจะทำได้ เราทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนๆ ที่สละเวลาเขียนอีเมลมาแจ้งข้อผิดพลาด 

 แล้วเจอกันในงานนะคะ 

 P2


 

 

 


 

 

Norwegian

 

 

อีก 5 วันเท่านั้น ก็จะถึงงานหนังสือ จึงขอเข้ามารายงานความคืบหน้าของหนังสือที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่จะออกในงานนี้สักนิด 

เล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ตอนนี้แก้ต้นฉบับก่อนไฟนอลกันอยู่ แต่ปกลงเพลตเรียบร้อยแล้ว ทางโรงพิมพ์คอนเฟิร์มว่า ทันแน่ๆ  ส่วนหนังสือที่อยู่ในชุดเดียวกันสองเล่มก่อนหน้า คือ "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" และ "คำสาปร้านเบเกอรี"  ตอนนี้ในสต็อคของกำมะหยี่เหลืออยู่น้อยมาก เล่มแรก เหลือ 40 เล่ม เล่มที่สองเหลือ 8  เล่ม

ดังนั้นใครที่พลาดและต้องการจับจองเป็นเจ้าของในตอนนี้ คงต้องรีบไปที่บูธ สนพ. ระหว่างบรรทัดก่อน ถ้าขายหมดแล้วแนะนำให้ไปที่บูธร้านนายอินทร์ค่ะ ถ้าที่บูธนั้นไม่มี ก็ต้องตามหาตามร้านเอานะคะ 

อีกเล่มนึงที่พิมพ์เเสร็จเร็วเกินความคาดหมายของเรา คือ  "ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ รุ่นฉาบเงิน (ใครสงสัยว่าเป็นยังไง คงต้องไปดูที่งานค่ะ) ทางโรงพิมพ์แจ้งมาว่าจะพิมพ์เสร็จทันวันที่ 26 เราจะจัดส่งแบบสดๆ ร้อนๆ ไปที่งานโดยตรงแบบด่วนจี๋

นอกจากสองเล่มนี้แล้ว อย่าลืมหยิบชม อุดหนุนหนังสือของเราทุกเล่มได้ที่บูธเพื่อนพ้องผู้มีน้ำใจได้ตามรายชื่อด้านล่างค่ะFBP

 

 


<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 ถัดไป > สุดท้าย >>
ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions