ThaiEnglish

ต้อนรับ "ไก่ใส่พลัม"

อืดฉืดล่าช้าอยู่เนิ่นนาน ในที่สุด "ไก่ใส่พลัม" ก็คลอดออกมาเสียที  พลพรรคกำมะหยี่จึงจัดแปลบทสัมภาษณ์มาร์จอเน่ ซาทราพิ ผู้เขียน มาฝาก >> คลิกไปอ่าน

Tag >> What are we doing now

 

อ๊าก... เห็นวันที่ของบล็อกล่าสุด  คือ ช่วงปลายมีนา ตอนงานหนังสือ แล้วต๊กกะใจ  ไม่กล้านับนิ้วไล่เวลาที่ผ่านเลยไปอย่างนิ่งงัน

เอาเป็นว่า อย่าไปสนมันเลย อดีตน่ะ ลงมือทำปัจจุบัน เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกันดีกว่า 

วันนี้กลับมาแล้วค่ะ กลับมาพร้อมกับหน้าปก ปกหน้า สันปก และปกหลัง ของ "ไก่ใส่พลัม" หนังสือลำดับต่อไปของเรา  เมื่อเช้านี้ เพิ่งส่งอีเมลไปให้เจ้าของลิขสิทธิ์ที่ฝรั่งเศสดูเพื่ออนุมัติ โดยไม่กล้ากำกับจิกว่าขอด่วนขอเร็วเหมือนเคย เพราะคราวนี้เป็นเราเองที่ลากยาาาาว เลยกำหนดแล้ว พ้นกำหนดเล่า 

ส่วนความคืบหน้าของหนังสือเล่มอื่นๆ จะนำมาแจ้งให้ทราบตามลำดับต่อไป 

 

ขออภัยที่ปล่อยให้รอนานนะคะ 

 

PP

 

 

 



 

I am checking for you.
 
Please be patient ka.
 
สองประโยคจากคุณเจน-งามพรรณ  แห่งซิลก์โรด ตัวแทนของเราในการติดต่อประสานงานกับทางเฮียมู  ที่ส่งมาทางอีเมลเป็นประโยคที่อธิบายบรรยากาศสำนักพิมพ์กำมะหยี่ได้เป็นอย่างดี 
 
หลังจากพายุอีเมลเมื่อวานเที่ส่งประสานงานเรื่องต่างๆ สงบลง  เมื่อคืนนี้สรุปสิ่งที่เราต้องทำต่อไปกับเล่มปีศาจแห่งเล็กซิงตันได้แล้ว คุณนุ้ยรับงานไปดูแลทำไฟล์ต้นฉบับที่เพิ่มเรื่องสั้นลงไปหนึ่งเรื่อง เพิ่มชื่อนักแปลลงในหน้าเครดิต หน้าคำนำ  เปลี่ยนคำนำสนพ.ใหม่ ทำงานตรวจและแก้กันจนเกือบเที่ยงคืน
 
เช้านี้มาได้ไฟล์เกือบล่าสุด ต่อด้วยไฟล์ล่าสุด  คัดหน้าเครดิตใหม่และสารบัญใหม่ส่งให้คุณเจนส่งต่อให้ทางญี่ปุ่น แล้วเราก็รอ รอไฟเขียวจากนักเขียนใหญ่ผู้เป็นที่รักยิ่ง ฮารูกิ มูราคามิ 
 
เฮียจะรู้มั้ยนะว่าคำตกลงโอเค อีหนูสั่งพิมพ์ได้เลยเนี่ยมีความหมายกับเราแค่ไหน ในช่วงเวลาที่งานหนังสือเริ่มต้นขึ้นแล้วแบบนี้ ทุกวินาทีมีค่า  เพราะมีคนตั้งหน้าตั้งตารอหนังสือเล่มนี้อยู่หลายคน 
 
และอีกคนหนึ่งที่เข้าใจเรื่องนี้ เรื่องความสำคัญของงานหนังสือสำหรับสำนักพิมพ์เล็กๆ อย่างเราเป็นอย่างดี คือ คุณเจน ตัวแทนที่รับเป็นหนังหน้าไฟให้เราอย่างอดทนมาตลอด
 
บอกตามตรง  ฉันไม่คิดว่าเปอร์เซ็นจากค่าลิขสิทธิ์ที่คุณเจนได้รับเป็นค่าตอบแทนจากการติดต่อระหว่างสำนักพิมพ์กำมะหยี่กับฮารูกิ มูราคามิ จะเป็นจำนวนเงินที่คุ้มค่า เมื่อดูปัญหายุ่งยากที่กำมะหยี่ชอบก่อเรื่องให้ร้อนใจ ไหนจะเรื่องปกแปลกๆ ที่ทำให้ต้องมีคำอธิบายกับทางผู้เขียนจนวุ่นวาย ไหนจะความเลือดร้อนเอาแต่ใจ บางครั้งเข้าขั้นแถไปเรื่อยๆ
 
KJaneบางทีคุณเจนต้องอดทนนั่งอ่านอีเมลยาวเหยียดที่เราส่งไปแบบงอแงดื้อรั้น   และส่งคำตอบกลับมาแบบใจเย็น สุขุม สมเป็นผู้ใหญ่ในวงการ เป็นตัวอย่างที่น่านับถือ 
 
ฉันคิดว่าหน้าที่ของคุณเจนในการเป็นตัวกลางไม่ได้มีเพียงฟอร์เวิร์ดข้อความจากทางญี่ปุ่นให้เรา และฟอร์เวิร์ดข้อความของเราไปทางนั้นเท่านั้น คุณเจนคงต้องส่ายหน้า นั่งปวดหัวกับการปรับลด "ความเกรียน" ของเราให้เบาลง ให้สุภาพเรียบร้อยลงด้วย  เป็นงานที่ถูกบีบรัดจากทั้งสองฝ่ายและยังต้องเข้าใจทุกฝ่าย เป็นคนคอยเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
 
ขอบคุณสำหรับความอดทนที่มีให้เรานะคะคุณเจน  
 
และช่วยส่งอีเมลข่าวดีมาเสียทีเถอะค่ะ ... ฮืออออ 
 
 

 

ขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปคล้ายจะเรียบร้อยอยู่แล้วเชียว

ฉับพลันทันใดนั้น ฟ้าก็ผ่าลงมากลางวง 

เพลตของเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" กำลังจะขึ้นแท่นพิมพ์อยู่แล้วเชียว ก็โดนคำสั่งยิงลงมาว่าให้หยุดก่อน เพราะว่าเราต้องเติมเรื่องสั้นอีกเรื่องนึงลงไป เรื่องสั้นเรื่องนั้นคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เคยตีพิมพ์แล้วในเล่ม “เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน” 

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า 

เดิมทีในฉบับภาษาญี่ปุ่น รวมเรื่องสั้นเล่ม Lexington Ghosts มีเรื่องสั้้นทั้งหมดเจ็ดเรื่อง โดยเรื่องที่เจ็ดเป็นเรื่องที่มีชื่อว่า Blind Willow, Sleeping Woman ชื่อเหมือนกับเรื่องสั้นในเล่มเส้นแสงฯ เปี๊ยบ ในตอนแรกเราจึงตัดสินใจตัดเรื่องสั้นเรื่องนี้ออกด้วยนึกว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เหลือเพียงหกเรื่อง ทำต้นฉบับส่งโรงพิมพ์ทำเพลตเรียบร้อย ด้วยนึกว่าก็มันเป็นเรื่องเดียวกันจะให้ลงซ้ำได้ยังไง

แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า  เรื่องสั้นทั้งสองเรื่องที่ชื่อ Blind Willow, Sleeping Woman ซึ่งแยกปรากฎในรวมเรื่องสั้นสองเล่มนั้นมีชื่อเดียวกันก็จริงแต่มีเรื่องราวแตกต่างกัน เป็นคนละเวอร์ชั่นกัน เหมือกันแค่ชื่อ ข้างในไม่เหมือน

(ช่างทำไปได้นะคะเฮียมู)

และที่น่าสนุกกว่านั้นอีกคือ “หลับใหลในโลกเลือน” ที่เราตีพิมพ์ในเล่มเส้นแสงฯ ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ควรจะอยู่ในเล่ม “ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน” เล่มนี้  เราจึงจำต้องนำมาใส่ไว้ให้ถูกต้องเรียบร้อยตามคำขอของทางเจ้าของลิขสิทธิ์

ถึงแม้เรื่องตลกที่หัวเราะไม่ค่อยออกนี้จะทำให้ต้นทุนการพิมพ์ของเราสูงขึ้นเพราะมีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้น แต่เราขอคงราคาขายเดิมสำหรับเรื่องสั้นหกเรื่องเอาไว้ เพื่อเป็นการขออภัยผู้อ่านที่อาจจะอึดอัดไม่ชอบใจที่สันปกไม่สวยเนี้ยบเวลาวางบนชั้นหนังสือ   เพราะสันปกของเราเล่มนี้จะมีเส้นขอบขาวเกินมาหน่อยๆ เนื่องจากเราเพิ่มแทรกเนื้อในเข้าไปอีก 28 หน้าในวินาทีสุดท้าย

งานเลี้ยงคราวนี้จึงเลิกราแบบชุลมุนเหลือหลาย แต่ขอทิ้งท้ายด้วยข่าวดีว่า Blind Willow, Sleeping Woman ลึกลับที่หายไปนั้น เราจะจัดแปลและจัดพิมพ์เปลี่ยนใส่ในเล่ม เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน ฉบับพิมพ์ซ้ำครั้งที่สองค่ะ 
 
กำหนดออกวางแผงของ ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน ฉบับมีเจ็ดเรื่องในราคาหกเรื่อง จึงยังลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ คงต้องรอดูก่อนว่าคุณนุ้ย นักจัดหน้าผู้แสนดีและแสนอึดของเราจะสามารถดึงเนื้อหาของเรื่องสั้นที่หลงเล่มให้กลับมาคืนรังได้เมื่อไหร่  ถ้าได้ภายในวันสองวันนี้  และทางโรงพิมพ์เดินเครื่องพิมพ์เพลตอื่นๆ รอก่อนได้ ก็คงจะได้ส่งไปที่งานหนังสือประมาณอาทิตย์ที่สองกระมัง  
 

พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่แป๊ด - ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง แห่งสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดที่มารับหน้าที่แม่งานและบรรณาธิการ อย่างตั้งอกตั้งใจยิ่ง และขออภัยพี่ด้วยที่ไม่สามารถออกหนังสือให้ลงช่วงต้นงานได้ตามกำหนดเดิม ทั้งๆ ที่พี่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เล่มนี้ ดูแลเล่มนี้ก่อน "ลูกในไส้" หนังสือของสนพ.พี่เสียอีก

 

ส่วนในอาทิตย์แรก  เราขอฝากฝัง "ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย" พิมพ์ครั้งที่ 2 รุ่นกรอบเงินเอาไว้ในอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะคะ ฉบับพิมพ์ครั้งนี้ ทางทีมงานกำมะหยี่กับทีมแม่ไก่ขยันนำต้นฉบับเดิมมาอ่านตรวจพิสูจน์อักษรกันอีกรอบ ถึงจะต้องเปลี่ยนเพลตเพิ่มต้นทุน แต่เราก็เต็มใจทำเพื่อให้งานออกมาดีที่สุดเท่าที่กำลังของเราจะทำได้ เราทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนๆ ที่สละเวลาเขียนอีเมลมาแจ้งข้อผิดพลาด 

 แล้วเจอกันในงานนะคะ 

 P2


 

 

 


 

ไม่ทราบว่า ฉันได้เอาหน้าปกหลังเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ที่จะออกในไม่ช้านี้มาอวดหรือยังคะ 

เอ... ดูเหมือนจะยัง ... งั้นอวดเลยละกัน

 

ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน

ปกงามขนาดนี้ แล้วจะอวดเฉยๆ ไม่เล่าที่มาที่ไปได้อย่างไรเนอะ 

เช่นเดียวกับปกทุกเล่มของเรา  ปกเล่มนี้กว่าจะมาเป็นปกมีเรื่องราวผจญภัยหวือหวาแถมน่ารักแอบซ่อนอยู่  เพราะเป็นปกที่สร้างความปวดหัวให้กับพี่แป๊ด แม่งานและบรรณาธิการผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากรูปภาพล็อตแรกที่ทางตากล้องส่งเสนอเป็นรูปแผ่นเสียง ดำทมึน ที่ได้ตกอันดับมาเป็นปกหลังดังที่เห็นนี้ 

พี่แป๊ด แฟนมูราคามิตัวยงเห็นรูปที่เสนอครั้งแรกแล้วกรี๊ดสลบ ยืนกรานว่า งานมูราคามิไม่มืดไม่ดำ เราควรจะฉีกภาพความขรึมขลังน่ากลัวตรงนั้นไป ใช้รูปที่แสดงความสดใสร่าเริง สวยงามเตะตาน่าจับต้อง น่าเป็นเจ้าของ

การถ่ายรูปปกใหม่จึงเริ่มขึ้น เปลี่ยนมุมมองการตีความใหม่ให้เป็นความสดใสสนุกสนานของปาร์ตี้ปีศาจตามท้องเรื่อง   เมื่อรูปที่คัดเลือกผ่านเสียงโหวตแล้ว คุณอาร์ท  Try2benice ก็บรรเลงรับช่วงออกแบบต่อ โดยมีพี่แป๊ดจับตามองและช่วยออกความเห็นอย่างใกล้ชิด  จนเสร็จสิ้นออกมาสวยจนเฮียมูเห็นปุ๊บ อนุมัติมาปั๊บ

ขอบคุณมากค่ะพี่แป๊ด 

 


อวด

Posted by: GAMMEMagie in What are we doing nowKundera on

aticha

 

CoverLL

 

วันนี้เอาปกหลัง (และสันปก - ตามคำเรียกร้องของผู้ออกแบบ) ของ "แช่มช้า" มาอวดค่ะ

เล่าความเป็นมาเป็นไปสักนิดนึงเนอะ 

รูปถ่ายทั้งสองรูปเป็นรูปที่ตากล้องประจำสำนักพิมพ์ของเราถ่ายที่ปราสาทแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส เราคัดสองรูปนี้ส่งไปให้ทางผู้เขียน คือ มิลาน คุณเดอรา และภรรยา เลือกปกหน้าก่อนจะลงมือออกแบบ ปกรองชนะเลิศเลยสงบเสงี่ยมหลบมาเป็นปกหลัง

จากนั้นคุณภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ ผู้รอคอยเวลาลงมือแบบข้ามปีก็รับหน้าที่ต่อ ในตอนแรก เราอยากได้ปกตุ๊กตาคร่าวๆ สำหรับส่งให้นิตยสารก่อน คุณภาณุจัดมาให้เลือกหลายแบบในชั่วข้ามคืน  แต่ไปๆ มาๆ  หลังจากขอปรับนิดขอแก้หน่อยจุกจิกตามประสาชาวกำมะหยี่  ขอเติมกิมมิคลงสีม่วงบนตัวเป็ดที่ลอยละล่องลดความจริงจังลงเล็กน้อย ขอนี่ขอโน่นขอนั่น ซึ่งหนุ่มนักออกแบบของเราก็กระตือรือร้นทำให้อย่างฉับไวไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์  ปกตุ๊กตาก็กลายมาเป็นปกจริงอย่างเป็นทางการ

สันปก ตอนแรกตัวหนังสือเป็นแบบสีๆ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่าลงสีขาวดีที่สุด เพราะไม่จมแน่ๆ ปลอดภัยไว้ก่อน สันปกนั้นถึงจะเล็กจะแคบแต่เป็นส่วนที่สำคัญยิ่งของปกหนังสือ  เนื่องจากจะหันเข้าหาลูกค้านานที่สุด ถ้าตัวหนังสือชื่อเรื่องบนสันอ่านไม่ออก ไปวางเรียงๆ กับสันอื่นๆ แล้วไม่สะดุดตา คนขายหาไม่เจอ คนซื้อมองไม่เห็น  ก็จบกัน

ปิดท้ายด้วยปกหลัง ซึ่งจะเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลคร่าวๆ กับคนที่หยิบจับขึ้นมาดูว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ผู้แปลสรุปเนื้อหาคำโปรยด้านบน ไอเดียการวางชื่อผู้เขียนในภาษาไทยตรงกับชื่อภาษาอังกฤษ (หรือภาษาเชค?) มาจากบรรณาธิการจัดการของเรา ตบท้ายด้วยย่อหน้าตัวอย่างจากในเล่มที่บรรณาธิการ กิตติพล สรัคคานนท์ คัดมาให้กับมือ

 เสร็จสรรพ สวยงาม ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน 

 


Lexington

 

วันนี้ได้รับอีเมลจากซิลก์โรด เอเย่นลิขสิทธิ์ที่ดูแลการติดต่อหนังสือของฮารูกิ มูราคามิ ให้เราแจ้งมาว่า 

"ผู้เขียนได้อนุมัติปกที่ส่งให้เรียบร้อยแล้ว" 

กรี๊ด เฮียมูดูเองเลยเหรอ ปลื้มสุดๆ

ปกเล่มสุดท้ายในชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" เล่มนี้ ออกเฉดสีแดงฉาน 

เบื้องหลัง และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการถ่ายทำแสนสนุกสนาน เพราะเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายกันถึงดาร์จีลิ่ง ประเทศอินเดีย (ฮ่า) ในเรือนพักบูติกของไร่ชาที่ตกแต่งออกแนวอังกฤษจ๋า 

ส่วนนางแบบ ไม่ต้องหาที่ไหนไกล เจ้าสำนักเปลี่ยนหมวกอีกรอบเดินหมุนตัวผ่านกล้องที่ตั้งความเร็วต่ำจนหน้ามืด  ต่อด้วยการปรับแต่งสีอีกเล็กน้อยลดความหวานเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าถ่ายในทริปฮันนีมูนครั้งที่ 500   โปรยตัวหนังสือชื่อเรื่องลงไปให้ลอยละล่อง เป็นอันเสร็จสรรพ

ตอนนี้ก็เหลือรอต้นฉบับจากแม่งานและบรรณาธิการมาพิสูจน์อักษร จัดหน้ากันต่อ คาดว่าน่าออกทันงานหนังสือเดือนมีนาคมค่ะ  

 


 

S&Co

 วันนี้ฤกษ์งามยามดี ระหว่างที่รอเคาะราคาค่าพิมพ์ รอปกและหน้าเครดิตเพื่อส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ ของเล่มปารีส / พำนัก / คน / รัก/ หนังสือ  ผลงานที่เราตั้งใจจะออกเป็นลำดับสุดท้ายในปีนี้ และอยากจะออกก่อนปีใหม่ ถ้าเป็นไปได้   เลยถือโอกาสมาปัดกวาดเว็บไซต์ หลังจากทิ้งเอาไว้เกือบหนึ่งเดือน เริ่มต้นที่การจัดเมนู "หนังสือ" ด้านบน จัดเป็นหมวดหมู่ตามชื่อคนเขียน เพราะถ้าขืนลงเป็นรายชื่อหนังสือต่อไป เมนูจะยืดยาวเกินเลย 

หลังจากนั้น เข้าไปทักทายในหน้าแรก ต่อด้วยการเปิดหน้าต้อนรับลูกรักคนต่อไป พร้อมไฟล์พีดีเอฟให้อ่านตัวอย่างบทแรก ทำเฉพาะหน้าภาษาไทยก่อน ฝั่งภาษาอังกฤษตอนนี้ตกยุคมากๆ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมาไล่ทำไปเรื่อยๆ

ผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดหนังสือเล่มต่อไปของเรา คลิกตามไปดูได้ >> ที่นี่ ค่ะ 

 

ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพถ่ายในร้านหนังสือที่เป็นฉากของเรื่องในเล่มนี้  ทีมงานของเรายกกองถ่ายทำไปถ่ายรูปกันถึงกรุงปารีสเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเพื่อทำปกหน้าแล้ว ยังใส่เป็นภาพประกอบด้านในอีกมากมายหลายรูป เพื่อให้ผู้อ่านนึกภาพบรรยากาศที่ผู้เขียนเล่าออก 

เบื้องหลังการถ่ายรูปนี้ มีเรื่องเล่าสนุกๆ ซึ่งเราตั้งใจว่าเดี๋ยวจะมาเล่าสู่กันฟัง 


 

 
TWST

 

ใกล้แล้วค่ะ  ใกล้เคาะแล้วค่ะ สำหรับปก "ปารีส พำนัก คน/รัก หนังสือ" ผลงานลำดับต่อไปที่เราอยากออกให้ทันก่อนปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญจากใจกำมะหยี่แด่นักอ่าน ให้หนอนหนังสือและคนรักหนอนหนังสือมอบให้กันเป็นของขวัญปีใหม่  

ที่เห็นข้างบนนี้ ยังเป็นปกที่คาดว่าจะรองสุดท้าย โทนสีของภาพอมแดงนำเสนอโดยผู้แปลที่ถึงกับลงทุนนั่งทำปกเพื่อส่งเข้าประกวด  คุณรัตนา ลีเลิศชัย ผู้ออกแบบปกของเราเลยจัดให้พร้อมกับแบบอื่นๆ อีกสองสามแบบ พร้อมแอบส่งเสียงกระซิบมาว่าชอบแบบนี้ที่สุด สาวๆ กำมะหยี่เลยมีใจโอนเอน  

แต่ถึงจะเอนมาทางนี้แล้ว ก็ยังไม่แคล้วขอให้แก้ไขปรับโยกอีกหลายจุด เริ่มจากสลับที่ตัวหนังสือสีเหลือง แล้วเปลี่ยนสีใหม่จากสีเหลือง (เพราะเหมือนฟันเหลือง หึหึ เกี่ยวมั้ยล่ะน่ะ) เป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีเหลืองและไม่ใช่สีแดง (โดยไม่มีเหตุผลประกอบ) สันปกขอตัวอักษรสีขาวทั้งหมด ส่วนปกหลังโดยรวมโอเคแล้ว แต่อาจจะต้องปรับแก้ข้อความกันอีกรอบ หรือสองรอบ   ก่อนจะส่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุมัติ

ส่วนเนื้อใน ตอนนี้บ.ก. เล่มตรวจแก้ต้นฉบับแปลเรียบร้อยแล้ว ส่งให้คนแปลดูรอบนึง เผื่อมีทักท้วงยืนกราน  เมื่อคนแปลโอเคให้ผ่าน ก็ทยอยส่งให้ผู้จัดหน้า ต่อด้วยฝ่ายพิสูจน์อักษร ก่อนจะย้อนมาให้เราดูรอบสุดท้าย เพื่อเปิดไฟเขียวส่งเข้าโรงพิมพ์  

ตอนนี้ทุกขั้นตอนยังอยู่ในกำหนดเวลาทำงาน ยังไม่มีอะไรสาย

 ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย น่าจะออกได้ทันตามกำหนดค่ะ 

 



        ฺBBB1            BBB2

 การทำหนังสือบางครั้งก็มีเรื่องเกินคาดเข้ามาให้ปวดหัวกันเล็กๆ เรื่องบางเรื่องไม่น่าเป็นเรื่องแต่ก็เป็นเรื่องให้ต้องชั่งตวงวัดหาข้อมูลกันใหม่ และหลายครั้งก็ทำให้เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เปลี่ยนปกใหม่ ตั้งชื่อใหม่กัน 

ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ ชื่อชุดหนังสือใหม่ที่จะเป็นผลงานลำดับต่อไปและลำดับสุดท้ายของปีนี้  แนวคิดคร่าวๆ เริ่มต้นคือ เป็นหนังสือที่ทำเพื่อหนอนหนังสือที่มีความผูกพันกับหนังสือ เพราะจะเป็นหนังสือที่มีหนังสือเป็นส่วนสำคัญหรือฉากสำคัญของเรื่อง ชื่อตุ๊กตาเริ่มแรกคือชุด "ชวนอ่าน" ที่ไปๆ มาๆ แล้วกลายเป็นชื่อที่ชวนเข้าใจผิดเสียมากกว่า  เราจึงกลับลำกันใหม่เปลี่ยนชื่อเป็นชุด "คนรักหนังสือ"

โดยหนังสือเล่มแรกของชุดที่ได้ชื่อใหม่เหมาะสมได้ความหมายแล้วชุดนี้  คือหนังสือที่เราตั้งชื่อในภาษาไทยว่า "ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ"  ชื่อภาษาไทยนี้ครอบคลุมทุกอย่าง  นอกจากจะย้ำชื่อชุดให้ติดหูแล้ว ยังบอกเลาๆ ถึงเนื้อเรื่องในเล่ม 

ปารีส -  เป็นสถานที่เกิดเหตุในเรื่อง

พำนัก  - เป็นสถานการณ์ในเรื่อง 

คน  - เรื่องราวของคน

รัก  - มีเรื่องราวความรักด้วย

หนังสือ - เหตุเกิดในร้านหนังสือที่มีหนังสือกองสูงถึงเพดานในทุกห้อง 

-- แล้วเป็นเรื่องชวนปวดหัวตรงไหน -- หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วตั้งคำถาม

เรื่องชวนปวดหัว คือ ชื่อหนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมี 2 เวอร์ชั่น คือ

1. Books, Baguettes and Bedbugs: The Left Bank World of Shakespeare and Co

กับ

2 Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co.

ชื่อแรกเป็นชื่อที่ขายในประเทศอังกฤษ  ส่วนชื่อที่สองเป็นชื่อที่ขายในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศอื่นๆ

ชื่อแรกเป็นที่รู้จักกันในเมืองไทยมากกว่า ฝ่ายการตลาดจึงเสนอให้ใช้ชื่อนี้ ขณะที่ผู้แปลมองว่า ชื่อหลังตั้งได้เหมาะกับเนื้อเรื่องมากกว่า  คนเขียนเขียนถึงประโยคหรือสำนวนนี้ในเล่มด้วย

จึงเกิดเป็นประเด็นเล็กๆ ที่ยังคาใจให้พวกเราต้องตัดสินใจกันต่อไปว่าจะเขียนชื่อไหนดีบนปก

 

        TWST     TWST2

 


<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>
ผลงานทุกเล่มที่เราตั้งใจเสนอ

ผู้ที่ให้เกียรติร่วมงานกับเรา

เราเป็นใคร ไปรู้จักกัน

เข้าระบบ

ใครกำลังออนไลน์

ไม่มีสมาชิกออนไลน์

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions