ThaiEnglish

Open opportunity

In an effort to be a part in opening the world literature for Thai people and introducing Thai readers to world-class literary work that is worth a lifetime reading, Gamme Magie Editions is looking for enthusiastic French-Thai, Italian-Thai, Swedish-Thai and Japanese-Thai translators. Interested to work with us? write to gammemagie@gammemagie.com. We will be waiting!
Tag >> What are we doing now


ฉลองหนังสือลงแผง : กำมะหยี่ชวนร่วมสนุก ส่งภาพถ่าย "เฮย์-ออน-ไวย/เมือง/รัก/หนังสือ" จากร้านหนังสือ พร้อมแจ้งชื่อร้าน มาที่ 1q84thai@gmail.com สิงห์ปืนไว ๑๐ ท่านแรก รับไปเลย "สดับลมขับขาน" ส่งให้ถึงบ้านเป็นของขวัญปีใหม่
 
Hay 

 

งานหนังสือเดือนตุลาย่างเข้าครึ่งช่วงเวลาแล้ว

เกินความคาดหมาย หากใครจะคาดหมาย แต่เราไม่คาดหมาย 1Q84 ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  จริงๆ ไม่ได้พูดเล่นให้คนหมั่นไส้ ในวันธรรมดายังมีคนแวะเวียนมาซื้อโดยตั้งใจจริง ต้องขอขอบคุณทุกคนมา ณ ที่นี่ค่ะ 

หากใครได้แวะมาที่ W11 จะสังเกตได้ว่า เราไม่มีเด็กเชียร์ ไม่มีการกดดดันที่จะคอยถามว่า  มีเล่มนั้นแล้ว ไม่รับเล่มนี้หรือคะ ถ้าชอบเล่มนี้ มีเล่มนั้นนะคะ บลาๆๆๆๆ ฯลฯ  พนักงานสาวสวยสองคนของเรามีหน้าที่แค่ คิดเงิน เก็บเงิน ทอนเงิน คอยบอกว่าถ้าไม่รับถุงพลาสติกลดเพิ่มอีก ๒ บาท ถ้าซื้อหนังสือที่คุณนพดล  เวชสวัสดิ์ แปล จะมีหนังสือสมนาคุณจากใจผู้แปลให้เลือก   แล้วก็จากกันไป (ขออภัยสำหรับผู้ที่ยังไม่อยากจากกันเร็วเช่นนี้)

 Ratแต่ขีวิตของสำนักพิมพ์ไม่ได้จบแค่งานหนังสือหรอกนะคะ เรายังมีเล่มอื่นๆ ให้่ดำเนินต่อไป  ระหว่างที่แกะพลาสติกห่อหนังสือเอามาตั้งให้คนอ่านได้เลือกเฟ้นเป็นเจ้าของ  ข่าวคราวที่ส่งมา "หลังบ้าน" ก็ล้วนเป็นข่าวดี

ข่าวดีแรก :   สดับลมขับขาน และ  พินบอล, 1973 แกะรอย แกะดาว และด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่แปลโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ได้รับการอนุมัติจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยผ่านการเห็นชอบจากผู้แปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ  

งงใช่มั้ยล่ะ 

เรื่องของเรื่องคือในสัญญาใหม่ที่เราทำกับเฮียมู มีข้อระบุว่าถ้าแปลจากภาษาอื่นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้แปลภาษานั้น (ญี่ปุ่น-อังกฤษ) ก่อน  คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ตัวแทนด้านลิขสิทธิ์ของเราก็ขวนขวายจนเจอผู้แปลและได้คำอนุมัติมา  (สำหรับสดับลมฯ และ พินบอลฯ  ในมูลค่าหนึ่ง  ซึ่งคุณนพดล บอกว่า หักจากค่าแปลผมไปก็ได้ -  ซึ่งเราก็บอกว่า ไม่ได้ค่ะ อย่างเลวที่สุด เราก็หารค่าใช้จ่ายนี้กัน) 

ข่าวดีที่ ๒ : คุณเจย์ รูบิน ซึ่งได้รับการติดต่อเรื่องคำอนุมัติหนังสือของเฮียมูเล่มอื่นๆ  (ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย / แกะรอยแกะดาว ฯลฯ,) เช่นกัน บอกว่า "เอาไปใช้เถอะ ไม่คิดตังค์"

แมนมากค่ะ ทั้งคุณนพดลและคุณรูบิน  (ที่สนพ.กรี๊ดกันดังสนั่นหวั่นไหว)

สรุปว่า หลังงานหนังสือ ชุด "ไตรภาคแห่งมุสิก" ( สดับลมขับขาน / พินบอล, 1973 / แกะรอย แกะดาว )  และด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย จะออกตามมาติดๆ แบบถูกต้องถูกลิขสิทธิ์ตามที่ควรเป็น 

 

โปรดติดตาม

 

 


หลังจากส่งไฟล์เนื้อในของเล่ม 1Q84 เล่ม ๒ เข้าโรงพิมพ์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว  ตอนนี้ก็เป็นเวลาสูดหายใจลึกๆ หันมาดูแลหนังสือลำดับต่อไปที่อยู่ระหว่างการจัดทำ เล่มที่ตอนนี้ใกล้ถึงฝั่งฝัน เห็นแสงรำไรที่ปลายอุโมงค์เต็มทีแล้วคือ

เฮย์-ออน-ไวย  เมือง/รัก/หนังสือ ผลงานลำดับที่ ๒ ในชุด "คนรักหนังสิือ"  

ความคืบหน้าล่าสุด คือ ปกและหน้าเครดิต ได้รับอนุมัติจากคนเขียนแล้ว  เหลือตรวจแก้เนื้อในดราฟท์ใกล้สุดท้ายเต็มทน  กำหนดพิมพ์เสร็จลงแผง น่าจะเป็นช่วงกลางๆ หรือท้ายๆ งานหนังสือ  หรือไม่ก็หลังงานหนังสือไปเลย  แต่ไม่เกินเดือนตุลาคมแน่นอน

มีความคืบหน้าอีกอย่างหนึ่งในหนังสือชุดนี้ คือ ในวันนี้ได้รับอีเมลจากทางเอเยนต์ติดต่อลิขสิทธิ์ว่าทางผู้เขียนรับข้อเสนอขอซื้อลิขสิทธิ์หนังสือในลำดับต่อไปของชุด "คนรักหนังสือ"  คือ  Firmin: Adventures of a Metropolitan Lowlife ซึ่งเป็นเรื่องราวของ "บุบผามุสิก" แห่งนครบอสตันในยุค 60 ผู้อาศัยอยู่ในห้องใต้ดินของร้านหนังสือแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ได้นอนเปลที่แม่สานจากหนังสือ โมบี้ ดิ๊ก และ ดอนกิโฆเต้ แล้ว  มุสิกหนุ่มผู้นี้จึงมีหนังสือเป็นเพื่อน (และเป็นอาหารในบางครั้ง) อ่านมากรู้มากจนบางครั้งลืมไปว่าตัวเองเป็นหนู

firminถ้าแฟนๆ ของสนพ.เราสังเกตดีๆ จะเห็นว่าหนังสือชุด "คนรักหนังสือ" เราจะพยายามขวยขวายเดินทางไปถ่ายรูปเพื่อนำมาประกอบหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ หรือ เฮย์-ออน-ไวย  เมือง/รัก/หนังสือ ที่จะออกเป็นลำดับต่อไป  พอมาถึงเล่ม  หนู/รัก/หนังสือ เล่มนี้ เป็นเรื่องแต่งอยู่ในโลกจินตนาการแถมย้อนยุค จะพกกล้องตามไปเสาะส่ายเก็บภาพมาคงจะสุดความสามารถ

เราจึงได้ความคิดอย่างหนึ่งคือ ทำไมไม่ทำรูปประกอบเป็นรูปวาดล่ะ  แล้วทำไมไม่เปิดรับรูปประกอบจากนักวาดภาพประกอบทั่วไปเหมือนที่เราเปิดรับแบบปกใหม่ในการพิมพ์ครั้งที่ ๒ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีล่ะ (แต่คราวนี้เอามาโพสนับ Like บนเฟซบุคเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเขาห้ามทำ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาวิธีอื่นก็ได้)

ใครเป็นนักวาดภาพประกอบหนังสือ กรุณาเตรียมลับปลายดินสอเอาไว้ดีๆ หรือใครมีเพื่อนพี่น้องญาติมิตรเป็นนักวาดภาพประกอบหนังสือ กรุณาช่วยส่งข่าว นะคะ

 

หลังงานหนังสือจะนำกติกามาแจ้งให้ทราบค่ะ

 

 


 

n3

เมื่อวานนี้มีเรื่องให้ยิ้มๆ นิดหน่อย  มีอีเมลมาสองฉบับ ฉบับแรกจากคุณโอ้ พงศธร ที่ออกแบบปกเล่ม ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ส่งปกหน้า สันปก และปกหลัง ที่ปรับใหม่ สลับเอาปกหน้าจากแบบหนึ่งที่ส่งมาคราวก่อน มาคู่กับปกหลังจากแบบที่สองที่ส่งมาให้เลือกพร้อมกันก่อนหน้านั้น 

ฉบับที่สองมาจากคุณภาณุ ผู้ออกแบบปกเล่ม 1Q84 ส่งที่คั่นหนังสืออีกแบบนึงมาให้เพิ่มเติมจากสองแบบแรก ลดขนาดจากกว้าง 2 นิ้ว เหลือ 1.5 นิ้ว 

เรื่องที่ทำให้ยิ้มไม่ได้เป็นแค่เรื่องงานคืบหน้าไปอีกนิด  แต่เป็นเพราะกระบวนวิธีการสื่อสารของเราได้เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม  ผู้ออกแบบทั้งสองติดตามความเห็นของเราและแฟนๆ ที่คอมเมนต์ในเฟซบุคเพจ ก่อนสรุปปรับงานมาส่ง โดยที่เราไม่ต้องแจ้งทางอีเมลให้เสียเวลา นับเป็นพัฒนาการของการออกแบบปกที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง

แล้วเกี่ยวอะไรกับหัวข้อบันทึกเนี่ย

ไม่เกี่ยวหรอกแค่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากเล่าสู่กันฟัง

เข้าเรื่องกันบ้าง 

หลังจากที่เราส่งหน้าเครดิต ปก 1Q84 ทั้งสองเล่มไปให้อนุมัติ พร้อมกับประวัติของผู้แปลสองท่านที่มาร่วมงานเพิ่มเติมจากนักแปลที่เราแจ้งไปในคราวแรก (ไอ้เราก็ดันยุ่งๆ มุ่งแต่จะทำงานต้นฉบับให้เสร็จ เลยลืมส่งประวัตินักแปลไปให้ทางนั้นอนุมัติก่อน)  ทาง "Mr'Murakami's office"  ส่งคำถามกลับมามากมาย ทำไมต้องเพิ่มนักแปล แล้วทำงานร่วมกันอย่างไร ใครทำอะไรบ้าง

ด้วยตอนนี้ เนื้อในเล่ม ๑ เสร็จพร้อมแล้ว รอส่งเข้าโรงพิมพ์ได้แล้ว รอไฟเขียวจากเฮียอย่างเดียว  ถึงแม้ว่ายังพอมีเวลาส่งช้ากว่านี้สักสองสามวันก็ยังพอจะเสร็จทันกลางเดือนหน้า วัยเลยรุ่นใจร้อนอย่างเราก็เริ่มกระวนกระวาย ร่าย "สาส์นรัก" อธิบายละเอียดยิบทั้งกระบวนการแปล การอีดิท ประวัติผู้ร่วมงานครบชุด ชนิดถ้ายังติดใจสงสัยไม่วางใจกันอยู่ หนูก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะ ตอบกลับไป 

ตอบไปด้วยความเกร็งนิดๆ แต่ด้วยความเข้าใจอย่างยิ่ง ในมุมหนึ่ง ดีใจด้วยซ้ำที่มีโอกาสได้สื่อสารกับนักเขียนในดวงใจ เพราะไม่ว่าผู้เขียนเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเราก็มีจุดหมายเดียวกันคืองานที่ดีมีคุณภาพเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

รอคำตอบนะคะเฮีย    

 

 

 

 



อาทิตย์ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักบนเฟซบุคเพชของเรา เพราะมีการอัพโหลดพัฒนาการของแบบปก 1Q84  ขึ้นเป็นระยะๆ  เริ่มจากวุ่นวายซับซ้อน ซ่อนเงื่อนที่สุด จนถึงคลี่คลายหวนคืนสู่สามัญ  
 
ผ่านไปแล้ว ๙ ดราฟท์ รวมแบบทั้งสิ้น 34 แบบ  หากการผจญภัย (ของคนออกแบบ) ยังจะดำเนินต่อไป หลังจากหยุดพักยกเสาร์อาทิตย์นี้
 
สิ่งที่ดีของการเปิดเผยกระบวนการออกแบบปก คือ เป็นการเปิดให้ผู้อ่านเข้ามามีส่วนร่วม  สร้างความรู้สึกที่ดี เหมือนก้าวไปด้วยกัน 
 
ข้อเสียคือ คนอ่านแต่ละคนมีรสนิยมความชอบต่างกันออกไป บางคนชอบขาว บางคนชอบดำ จะเอาใจ ตามใจให้ถ้วนทั่วทุกตัวคนคงจะยาก 
 
การเปิดให้ออกความเห็น รับฟังความชอบ ความไม่ชอบ "โกลน" ของเราอย่างนี้ ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า  
 
line
 
เราจะทำปกให้คนอื่นชอบ  
 
หรือ
 
ทำปกที่ตัวเองชอบ  
 
.
.
.
.
 
และอีกคำถามคือ
 
 
ขีดของความดื้อรั้น
 
กับ
 
การเป็นตัวของตัวเองไม่โอนอ่อนตามกระแส
 
อยู่ที่ไหน
 
 
ทิ้งเอาไว้แค่นี้ เดี๋ยววันจันทร์ค่อยว่ากันอีกที  แล้วหันไปมองต้นฉบับเนื้อในปึกใหญ่ที่ปรินต์ออกมาจากเครื่องปรินต์เพื่อตรวจเป็นรอบสุดท้าย ก่อนจะส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์ ถ้าไม่มีอะไรแก้ไขเพิ่มเติม 
 
 
 

 
ช่วงนี้ชาวพลพรรคกำมะหยี่งานยุ่งหัวหมุนมากเป็นพิเศษ เพราะมีหนังสือหลายเล่มรอขึ้นแท่น แต่ละเล่มอยู่ในขั้นตอนต่างๆ กัน 

เล่มที่เพิ่งลงจากแท่น วางแผงไปเรียบร้อยแล้ว คือ ราตรีมหัศจรรย์  ส่วน คำสาปร้านเบเกอรี อยู่ในขั้นตอนการตรวจดิจิตอล เนื้อในอยู่ระหว่างการแก้ไขส่วนที่เรายังขอแก้นิดขอแก้หน่อย  ปล่อยให้ปกและที่คั่นหนังสือรอท่าอยู่เตรียมลงเพลต คาดว่าภายในอาทิตย์หน้าน่าจะขึ้นแท่นพิมพ์ หลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ก็น่าจะเข้าเล่มเสร็จเรียบร้อย ส่งวางแผงได้


พอคำสาปร้านเบเกอรีขึ้นแท่น เราก็จะส่ง ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน เข้าโรงพิมพ์ต่อทันที  

หลังจากนั้น น่าจะเป็นคิวของ เฮย์-ออน-ไวย เมือง/รัก/หนังสือ เหลือปรับปกอีกเล็กน้อย  เนื้อในกำลังอยู่ดราฟท์ ๒ พร้อมๆ กับการตรวจพิสูจน์อักษร  พร้อมกับการเลือกรูปประกอบซึ่งไปถ่ายมาจากสถานที่จริงกันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  ดังที่เห็นในรูปด้านล่างนี้ 

HOW

ตอนที่  เมือง/รัก/หนังสือ ขึ้นแท่น ก็ถึงคิว 1Q84 เล่ม ๑  สถานการณ์ล่าสุด เหลือปรับแก้ไฟล์สุดท้าย ตรวจพิสูจน์อักษร ผ่านกองบ.ก. เล่มอีกรอบก็น่าจะเรียบร้อย  เหลือก็แต่ปก รอจนเบื่อ ส่งข้อความทวงกันไปซื่อๆ ก็แล้ว ก็ยังไม่ได้ดูเสียที  คุณภาณุ คนออกแบบอ้างว่า หนังสือ "ใหญ่" ขนาดนี้ อยากทำให้ดีๆ อยากตั้งใจเป็นพิเศษ และรับปากรับคำว่าอาทิตย์หน้าน่าจะได้ดู (ขอให้ทุกท่านที่มาอ่านเป็นพยานนะคะ เหอๆๆๆ)


เล่มอื่นๆ ที่ต่อแถวถัดจากนั้น  ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการออกแบบปก  คือ  ชุดไตรภาคแห่งมุสิก (สดับลมขับขาน,  พินบอล 1973, และแกะรอย แกะดาว) ตอนนี้ปกเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ใกล้ความจริงขึ้นทุกทีแล้ว สงสารคุณนฆ ปักษนาวิน น้องนิลของพี่ๆ เป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยแก้ปกแล้วเล่าตามใจป้าๆ จอมโหดที่ปัดปกทิ้งเอาทิ้งเอา แต่ใช่ว่าเราจะหลับหูหลับตาแก้ ปฏิเสธลูกเดียวหรอก ปกที่ส่งมาครั้งแรกแล้วผ่านเลย (หมายถึงใช้ได้เลย ไม่ใช่ผ่านเลยไป) ก็มี  เป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานครั้งแรกที่จะต้องปรับแนวทางให้เข้ากัน และเป็นธรรมดาของการทำงานร่วมกับเราที่จะเจอลูกจู้จี้จุกจิก จิก จิก จิก


ใกล้ๆ กัน นั้น (หรืออาจจะแซงคิวไปก่อน) คือ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย กลางอาทิตย์หน้า น่าจะคัดปกที่ส่งมาร่วมสนุกเหลือสองปก เปิดให้โหวตบนเฟซบุคได้  โหวตเสร็จทำปกหลังกัน แล้วส่งเข้าโรงพิมพ์ได้เลย

และเล่มสุดท้ายที่จะขึ้นแท่นก่อนงานหนังสือเดือนตุลาคมเริ่มต้น คือ 1Q84  เล่ม ๒

หลังจากงานหนังสือ ก็ถึงคราวการคัดต้นฉบับ "เรื่องสั้นอย่างสั้น" อยากจะให้หนังสือออกก่อนปีใหม่ เพื่อที่ปีนี้เราจะได้ออกหนังสือกัน ๑๓ เล่มพอดิบพอดี  

แต่ถ้าออกไม่ทัน เหลือ ๑๒ เล่ม ก็ไม่เป็นไร เลขสวยพอๆ กัน

 



 
11
 
  เสียงเครื่องปรินเตอร์ครางกระหึ่มอยู่ข้างโต๊ะ กระดาษขาว 40 แผ่น ถูกความร้อนประทับหมึกสีดำที่เลื่อนไหลออกมา คือ สัญญาลิขสิทธิ์ของหนังสือสองเล่ม ได้แก่ สดับลมขับขาน กับ พินบอล, 1973  เล่มละ 4 ชุด   เป็นการยืนยันแน่ชัดแล้วว่า  เมื่อรวมกับการพิมพ์ครั้งที่สองของเล่ม แกะรอย แกะดาว สำนักพิมพ์ของเราจะได้จัดพิมพ์ "ไตรภาคมุสิก" ครบถ้วน สมความตั้งใจที่เปรยๆ เอาไว้ในคำนำแกะรอย แกะดาว  ที่เราพิมพ์ครั้งแรก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว 
 
คราวนี้ก็เหลืองานในด้านอื่นๆ  
 
เนื้อใน  เมื่อสองเดือนก่อน เมื่อเราประกาศว่าทางเฮียมูอนุมัติให้เราทำสองเล่มนี้แล้ว  ทีมงานแม่ไก่ขยันนำโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์  ขมีขมัน (ตามปกติ) กู้ไฟล์ต้นฉบับจากการพิมพ์ครั้งแรกในคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ควานจนได้ต้นฉบับดั้งเดิมตอนที่ยังเป็นไฟล์เวิร์ดก่อนจัดหน้า  เมื่อได้รับแจ้งขนาดของหนังสือ (ขนาดเดียวกับชุดเรื่องสั้น) ก็ลงมือจัดหน้า  ส่งมาให้เราดูในทันที  เตรียมพร้อมชนิดที่เรียกได้ว่า เปิดไฟเขียวปุ๊บ เข้าโรงพิมพ์ได้ปั๊บ  แต่เดี๋ยวก่อน คุณนายละเอียดกระโดดขวางทางสะดวก  ขอเพิ่มตรงนั้นนิด เติมตรงนี้หน่อย ได้มั้ยคะ 
 
อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านด่านคุณนายละเอียดได้  ไฟเขียวยังไม่เปิดง่ายๆ  เพราะยังมีเรื่องให้ดูแลร่วมออกความเห็น คือ ปก (อันหมายถึง ปกหน้า สันปกและปกหลัง + ที่คั่นหนังสือ) ไหนๆ ในเมื่อเนื้อในไม่มีอะไรเป็นห่วงมาก  ความจู้จี้จุกจิกเลยมาตกที่ปกแทน  
 
เราตั้งใจว่า จะพิมพ์สามเล่มออกพร้อมกันเลย (หรืออย่างน้อยให้ออกไล่ๆ กัน)  ปกของทั้งสามเล่มจะเป็นไปในทางเดียวกัน  แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองด้วย  วางเดี่ยวสวยดี  วางหมู่อู้หู ถูกใจ น่าจับจองเป็นเจ้าของทุกเล่มให้ครบชุด  ภาระหนักหนาจึงตกอยู่ที่คุณนฆ ปักษนาวิน  คุณหมอผู้มากความสามารถที่เราติดต่อทาบทามให้มาลองร่วมงานกัน
 
น้องนิล (ของพี่ๆ) ได้รับคอนเสปต์ของงานหนังสือชุดนี้ไปแล้ว ส่งแบบมาให้ดูสองแบบ  หนึ่งในนั้น คือ แบบที่นำมาประกอบบล็อกนี้  โดยยังเป็นเพียงปกดราฟท์แรกเท่านั้น  ยังต้องมีแก้ไข ปรับเขาให้เข้ากับเรา ปรับเราให้เข้ากับเขา มาพบกันครึ่ง...อืม...ค่อนทางดีกว่า ค่อนมาทางเราอีกหลายแบบนัก ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง  
 
และถ้าน้องนิลไม่ถือไม่สา ไม่ว่าอะไร อนุญาตให้นำมาเล่าสู่กันฟังในแต่ละขั้นตอนได้  เราก็จะนำมาฝากตามลำดับต่อไปนะคะ  
 
 
 

 

วันนี้ได้ฤกษ์อัพรูปปกที่ผ่านเข้ารอบแรกเล่ม "ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ ขึ้นเฟซบุคเพจ เปิดให้ลงคะแนนโหวตผ่าน Like  ปิดรับเสียงวันที่ ๑ เดือนหน้า  เพิ่มเติมต่อจากเล่ม "คำสาปร้านเบเกอรี" ที่จะนับคะแนนวันที่ ๒๔ เดือนนี้ 

กิจกรรมเดียวกันของเล่ม "ราตรีมหัศจรรย์" จะสิ้นสุดในอีกสองวัน คือ เที่ยงคืนวันที่ ๑๗ วันมะรืนนี้

นอกจากสามเล่มนี้ ตอนนี้เรื่องปกๆ ที่เรากำลังดูกันอยู่อีกเล่มนึง คือ เฮย์-ออน-ไวย  เมือง/รัก/หนังสือ  เล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก จึงใช้ระบบเผด็จการนายทุน จัดทำเลือกสรร ปรับแก้ ติชม จู้จี้จุกจิกกันภายในสำนักพิมพ์  เล่มนี้ได้คุณรัตนา ผู้ออกแบบปกเล่ม ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ  ซึ่งอยู่ในชุด "คนรักหนังสือ" ชุดเดียวกับเล่มนี้มาดูแล เพื่อให้แนวทางการออกแบบไปในทางเดียวกัน ดูเป็นชุดเป็นเหล่า

คุณรัตนาส่งแบบมาสามแบบ แอบเอามาอวดที่บล้อกนี้แค่แบบเดียว  อีกแบบนึงเอาไปแปะหน้่าแรกของเว็บไซต์ ในช่อง "วางแผงเร็วๆ นี้"   อย่างไรก็ตามปกที่หลุดLeakออกมาในตอนนี้ ยังเป็นเพียงตุ๊กตา เปรียบดั่งผลไม้ดิบ ยังต้องผ่านกระบวนการทำสุกอีกหลายขั้น กว่าจะได้ปกสุดท้ายออกมา 

sixcover 

สำหรับเนื้อใน ตอนนี้บรรณาธิการตรวจใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว เหลืออีกแค่บทเดียว เดี๋ยวพอผู้แปลเปิดตรวจดูจุดที่บรรณาธิการตรวจแก้และตั้งคำถามเสร็จ ต่อด้วยขั้นตอนพิสูจน์อักษร ส่งจัดหน้า  บรรณาธิการเล่มดูอีกรอบ ผู้แปลดูอีกรอบ ฝ่ายพิสูจน์อักษรดูอีกรอบ หัวหน้ากองบรรณาธิการดูอีกรอบ บรรณาธิการบริหารดูอีกรอบ  ก็ส่งไฟเขียวเข้าโรงพิมพ์  ดิจิตอลปรูฟกันอีกรอบ แล้วจึงลงเพลต ขึ้นแท่นพิมพ์ 

แล้วหนังสือดีๆ อีกเล่มหนึ่งก็จะคลอดออกมาให้นักอ่าน "คนรักหนังสือ"  ชาวไทยได้ทำความรู้จักกับ "เมือง/รัก/หนังสือ" 

 

ปิดท้ายด้วยความเห็นของคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว 

 เฮย์-ออน-ไวย / เมือง / รัก / หนังสือ เป็นหนังสืออ่านสนุกเกี่ยวกับหนังสือและผู้คนที่อยู่ท่ามกลางหนังสือจำนวนมากในเมืองเล็กๆ ของเวลส์ ซึ่งชื่อเมืองนั้นกลายเป็นคำพ้องความหมายกับคำว่า คนบ้าหนังสือ พอล คอลลินส์ เล่าถึงที่นั่นด้วยความรักเหมือนที่เขารักหนังสือหายากและตัวละครประหลาดที่อยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือของร้านหนังสือหลายแห่งในเฮย์-ออน-ไวย”  เฮนรี เปโตรสกี, ผู้เขียนหนังสือ หนังสือบนชั้นหนังสือ 

 

 

 


 

สวัสดีค่ะ 

 BB หลังจากหนีไปเที่ยว เอ้อ... ไปเก็บภาพประกอบที่เฮย์-ออน-ไวย  ตอนนี้ได้เวลาเข้ากลับสู่สถานีประจำการ  

สำหรับเล่มนี้ ก็ไม่มีข้ออ้างแล้วว่าต้องรอภาพ  บรรณาธิการตรวจเสร็จ  ลงเลย์เอาท์ ออกแบบปก แล้วพิมพ์ได้เลย  (ฟังเหมือนง่ายมาก แต่ความจริงแล้วคุณนายละเอียดอย่างเรามักจะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าอภัยเสมอๆ ) 

ฝั่งเฮียมู  มีหนังสือหลายเล่มรอให้ดำเนินการทำคลอด ทั้งที่คลอดไปแล้ว แต่ต้องจับมาอาบน้ำประแป้งแปลงโฉมหน้าปกใหม่  อย่าง ราตรีมหัศจรรย์ คำสาปร้านเบเกอรี และปีศาจแห่งเล็กซิงตัน  (รอปกจากผู้ส่งเสนอร่วมสนุก ซึ่งจะหมดเขตวันที่ 30 นี้ กรรมการคัดเลือกแล้ว เปิดโหวตทางเฟซบุค   / ตรวจทานเนื้อใน หาคำสะกดผิด คำแปลพลาด จากคำทักท้วงที่มีผู้อ่านส่งมา)

แล้วก็ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่มีผู้อ่านและร้านค้าสอบถามผ่านสายส่งมาว่าจะพิมพ์ใหม่อีกรอบหรือเปล่า  (ยังไม่รู้ ยังไม่ได้ตัดสินใจ พิมพ์ใหม่น่ะพิมพ์แน่ๆ แต่ทำปกใหม่หรือเปล่า  ถ้าทำ ก็ต้องรอแบบปกใหม่อีกรอบ  เวลาก็ยืดออกไปอีก) 

ทั้งเล่มใหม่ที่เราติดต่อขอลิขสิทธิ์ไป และรอสัญญาอยู่ (หรือเขาอาจกำลังรออะไรจากเรา ถึงได้เงียบไป) อย่าง สดับลมขับขาน และพินบอล 1973  ซึ่งจะออกเป็นชุดพร้อมการพิมพ์ใหม่ แกะรอย แกะดาว   (ออกแบบปกใหม่ให้เข้าชุดกันสวยงามทั้งสามเล่ม  ตรวจทานเนื้อใน เพิ่มเติมคำอธิบายบุคคลที่ได้รับการกล่าวถึงในเรื่องในท้ายบบท คำอธิบายที่ถ้าผู้อ่านอยากรู้ก็จะได้รู้ ไม่อยากรู้ก็เปิดข้ามไป) 

 ไหนจะ   1Q84  ผู้แปลและกองบรรณาธิการทำงานกันแข็งขัน คืบหน้า น่าชื่นใจ  มั่นใจอย่างยิ่งว่า  ออกทันตุลาคมนี้เป็นแน่แท้ ส่วนปก ... ยังไม่รู้ ยังไม่ได้คิด  

ปีนี้หนูขอแค่นี้ก่อนนะคะเฮีย  ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ 

ฝั่งป๋าคุน(เดอรา)  ที่เราทำไม่รู้ไม่ชี้ขอลิขสิทธิ์ขอทำอีกหนึ่งเล่ม ทั้งๆ ที่อืดอาดยังไม่ออก  Identity เสียที  ป๋าคงตงิดๆ เด็กพวกนี้ กล้าดียังไง เลยถามผ่านเอเจนซีมาว่า สนพ.เราเคยพิมพ์งานแปลของใครบ้าง และคิดว่าจะทำเสร็จทันกำหนดในสัญญาหรือเปล่า 

คำถามข้อแรก เราคงตอบไปได้อยากภาคภูมิ ว่าเราออกงานของ ฮารูกิ มูราคามิ เชียวนะเจ้าคะ   (เอ๊ะ ... ชักเริ่มสงสัยอยู่ว่าป๋าคุนอยู่ในพวกที่อ่านแล้วชอบหรืออ่านแล้วเกลียดงานของเฮียมูหว่า)   หนังสือเล่มอื่นๆ ของเราก็มีสาระ เปี่ยมคุณค่าน่ารักใคร่  เฟซบุคของเรามีคนมา Like ตั้งสองพันกว่าคน (เอ... หรือตัวเลขจะยังไม่พอ สงสัยต้องไปหาหน้าม้ามาช่วยกันคลิกเพิ่มเติม) 

ส่วนเรื่องเสร็จทันกำหนดหรือไม่ เล่มที่จะขอใหม่นี้ ได้นักแปลภาษาอังกฤษมืออาชีพชื่อดังมารับหน้าที่ ไม่ใช่นักแปลหลายหัว เปลี่ยนหมวกไม่ค่อยจะทันอย่างเล่มเดิมแล้ว ติดอยู่นิดที่ว่า ป๋าเข้าใจว่าจะแปลจากภาษาฝรั่งเศส  คงต้องแจกแจงไปว่า เดี๋ยวเราจะตรวจทานกับต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสที่ป๋า "ชำระ" จนสะอาดสะอ้านแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง  พร้อมกันนี้นักแปลกระซิบลอยลมมาว่า น่าจะอ้อนขอออก Identity ในช่วงเวลาใกล้ๆ กันไปเลยสิ  จะได้ไม่ขาดตอน  

ป๋าจะว่ายังไง จะนำมารายงานต่อไป

วันนี้ขอปิดท้าย ด้วยท่อนหนึ่งในเล่ม สดับลมขับขาน 

หากคุณต้องการงานศิลปะหรืองานวรรณกรรม คุณก็ต้องหางานของนักเขียนกรีกมาอ่าน หากต้องการศิลปะพิสุทธิ์ จะต้องกำกับไว้ด้วยการมีทาสอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะนั่นเป็นวิธีที่ชาวกรีกโบราณรจนางานเขียน ในยามที่ทาสอาบเหงื่อต่างน้ำ เพาะปลูกในทุ่ง ตระเตรียมอาหาร หรือโหมแรงกรรเชียงเรือ ปราชญ์เสรีชนจะนอนเอกเขนกอาบแดดอุ่นของย่านเมดิเตอร์เรเนียน ประดิดประดอยถ้อยคำ หรือเขียนสูตรคณิตสาสตร์ วิธีนั้นจึงจะสรรค์สร้าง ผลงานศิลปะได้

สำหรับสามัญชน ผู้ไปคุ้ยหาอาหารมาประทังความหิวจากตู้เย็นตอนตีสาม ไม่อาจจะรังสรรค์งานเขียนงามงดเช่นนั้นได้

รวมผมอยู่ในกลุ่มนี้อีกคน  

 

ป.ล. หวังว่าป๋าคุนจะไม่ต้องการศิลปะพิสุทธิ์ในรายการหนังสือที่เราแปล เพราะประเทศเราเลิกทาสมานานแล้ว  (เกี่ยวมั้ย) 

 ป.ล. ๒  รูปประกอบก็ไม่ค่อยเกี่ยวนะ  

 


เขียนที่ : เฮย์ - ออน - ไวย, สหภาพอังกฤษ
ภารกิจ : ถ่ายรูปสำหรับทำปก และรูปประกอบหนังสือเรื่อง เฮย์ - ออน - ไวย : เมือง / รัก / หนังสือ  ซึ่งแปลจาก Sixpence House (Lost In A Town Of Books)

วันที่ ๑ ถึงครึ่งแรกของวันที่ ๒

HOW ในที่สุดก็มาถึงเมืองหนังสือ เฮย์ - ออน - ไวย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช็คอินเข้าโรงแรมสวอนแอทเฮย์เมื่อตอนบ่ายครึ่ง  เติมพลังด้วยอาหารกลางวันแล้ว ได้เวลาสำรวจเมืองคร่าวๆ รอบแรก  สายตาจับจ้องมองชื่อร้าน ชื่อบ้าน ชื่อถนน พยายามนึกว่าเป็นชื่อที่กล่าวถึงในหนังสือหรือเปล่า

เดินถ่ายรูปโดยรวมไปเรื่อยๆ ได้ความคิดกันว่า การเดินย้อนรอยตามคนเขียนไปเจาะสถานที่หรือคนที่อยู่ในเล่มเฉยๆ ไม่น่าจะพอ  สถานที่บางแห่งที่เจอได้เปลี่ยนไปจนไม่เหลือบรรยากาศเก่าๆ ที่ผู้เขียนบรรยายแล้ว  ซึ่งไม่แปลก เรื่องราวในหนังสือเกิดขึ้นเมื่อปี 2002 เก้าปีผ่านไป สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป  จากเมืองที่มีร้านอินเตอร์เน็ตแห่งเดียว กลายเป็นเมืองที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายไวไฟแผ่กระจายทั้งเมือง ปัจจุบัน เฮย์กลายเป็นเมืองฮิปๆ เป็นจุดจัดเทศกาลเก๋ๆ มีร้านพวกศิลปะหัตถกรรมผุดขึ้นมากมาย รวมทั้งร้านเสื้อผ้าสตรี ทั้งแนวคุณย่ากระเป๋าหนัก คุณแม่ผู้รักธรรมชาติ ไปจนถึงแนววินเทจย้อนยุค

เราจึงตั้งหลักใหม่ เราจะถ่ายภาพที่สะท้อนว่าเมืองนี้รักหนังสือ มีหนังสือให้เห็นอยู่ทั่วไปในมุมแปลกๆ  

ตกค่ำ (ฤดูใบไม้ผลิอย่างนี้ ฟ้ามืดตอนสามทุ่มครึ่ง) ส่งอีเมลรายงานท่านหัวหน้ากองบรรณาธิการ  บรรณาธิการจัดการ และผู้แปลหนังสือเล่มนี้ (รวมทั้งสิ้นหนึ่งคน)  ท่านหาวหวอดเพราะตอนนั้นเลยเที่ยงคืนเวลาเมืองไทยแล้ว กรีดนิ้วพิมพ์แป้นตอบมาว่า น่าจะลองถ่ายรูปที่เป็นคอนเสปท์วัฐจักรของชีวิตหนังสือ หรือตามรอยผู้แต่ง หรือพอร์เทรตคนที่คนเขียนพูดถึง

อันแรกไม่น่าจะยาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปถ่ายได้ลงจังหวะพอดีหรือเปล่า มีเวลาอีกสองวันน่าจะพอ  อันที่สอง อาจจะลองดูได้ แต่ไม่รับประกันว่าสถานที่ทุกแห่งจะเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหนตามกฎแห่งการเปลี่ยนแปลง   อันที่สามไม่ได้แน่ๆ เพราะด้วยนิสัยของผู้กำกับภาพ เจ้าสำนักพิมพ์ บรรณาธิการบริหาร ผู้ช่วยตากล้อง (รวมทั้งสิ้นหนึ่งคน) เธอจะหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้คนให้น้อยที่สุด การเข้าไปแนะนำตัวพูดคุยพบปะกับผู้คน เพื่อขอถ่ายภาพพอร์เทรตจึงตัดออกไปได้เลย

 

How2 เมื่อวาน ผ่านหน้าประตูใหญ่แห่งหนึ่ง เขียนบอกว่าเป็นโกดังเก็บหนังสือมือสองที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราเลยยกกล้องยิง  มีหญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านมา ด้วยจังหวะแปลกๆ สักอย่าง ในตอนท้ายเธอพูดว่า "ของบางอย่าง ควรปล่อยให้เก่าสลายไป มากกว่าปรับปรุงให้คงอยู่"

 โปรแกรมตอนเช้าวันนี้  เข้าปราสาทร้านหนังสือกลางใจเมือง ซึ่งอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ต้องบริจาคเงิน 50 เพนนีที่เคาน์เตอร์เก็บเงิน

ถ่ายรูปจนทั่วแล้ว จะแวะไปดูร้านเสื้อผ้าวินเทจที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง ป้ายที่หน้าร้านบอกว่าร้านนี้เปิดเฉพาะวันพฤหัส กับ วันเสาร์  เป็นจริงดังที่คนเขียนว่า คนอังกฤษชอบปิดร้านมากกว่าเปิดร้าน

 

 


<< Start < Prev 1 2 3 Next > End >>
 
 

Login

ใครกำลังออนไลน์

No Users Online

www.gammemagie.com
Gamme Magie Editions