ผู้แต่ง: ฮารูกิ มูราคามิ ผู้แปล: วชิรา, นาลันทา คุปต์, ไกรวุฒิ จุลพงศธร, จินนี่ สาระโกเศศ, สิงห์ สุวรรณกิจ, อนุสรณ์ ติปยานนท์
จัดพิมพ์ครั้งที่: 1 (ตุลาคม 52) จำนวนหน้า: 224 หน้า ราคา: 195 บาท
มูราคามิได้ทิ้งรอยต่อในผลงานแต่ละเรื่องไว้ล่วงหน้า ตัวละครต่างๆ พร้อมจะไปปรากฏตัวในเรื่องสั้นหรือนวนิยายเรื่องอื่นได้ในกาลต่อไป ดังเช่นพินบอล 1973 กับฝาแฝดและทวีปที่จมดิ่ง หรือ เรื่องสั้นเรื่องตำนานนกไขลานเป็นที่มาของ นวนิยายเรื่องยาว บันทึกนกไขลาน
เวลาอ่านเรื่องสั้นและนวนิยายของเขา เราจะคิดกลับไปกลับมาระหว่างเรื่องที่เขาเขียนในเวลาต่อมา ประหนึ่งว่าเขาได้ตระเตรียมแผนการอย่างชัดเจนเอาไว้แล้ว
จากใจกำมะหยี่
สำนักพิมพ์กำมะหยี่สุดจะหาถ้อยคำใดมากล่าวถึง “คำสาปร้านเบเกอรี” ผลงานแปลเรื่องสั้นของฮารูกิ มูราคามินักเขียนเอกที่เราหลงใหล จากการร่วมมือร่วมใจของบรรดาแฟนคลับในชุด “แฟนมูราคามิรวมหัว” ลำดับ 2/3 นี้ ด้วยเราได้เปิดใจเล่าที่มาที่ไปและความตั้งใจของเราผ่านคำนำใน “เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน” ผลงานในชุดเดียวกันเล่มแรกไปหมดสิ้นแล้ว
เราเพียงแต่หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นการสานต่อความประทับใจสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของเล่มแรก เป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่พลาดเล่มแรกตามหามาเป็นเจ้าของ และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ผู้อ่าน ไม่ว่าหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ติดอกติดใจ ติดตาม “ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน” ผลงานลำดับสุดท้ายของหนังสือชุดที่เราภาคภูมิใจ และซาบซึ้งในมิตรภาพและน้ำใจของมิตรสหายวงการหนังสือเป็นอย่างยิ่งชุดนี้ต่อไป
แม่งานแถลงไข
ฮารูกิ มูราคามิ มีอายุหกสิบปีเต็มเมื่อวันที่ 12 มกราคม ต้นปี 2552 นี้ เขาฉลองแซยิดแห่งการดำรงอยู่ของเขาด้วยนิยายเล่มใหม่ 1Q84 ที่หนากวา่ 1500 หน้า ให้ผู้อ่านชาวญี่ปุ่นได้สัมผัสไปแล้ว คงอีกสักพักใหญ่ๆ กว่าที่ตัวหนังสือจะเดินทางมาถึงผู้อ่านด้วยภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น (รวมทั้งภาษาไทย)
แต่เรื่องสั้นหลายเรื่องของเขาได้เดินทางมาถึงคนอ่านแล้วในเรื่องสั้นชุดแฟนมูราคามิรวมหัว (แปล) เล่มนี้ บางเรื่องเขาเขียนถึงตั้งแต่ปี 1985 อย่างเรื่อง ฝาแฝดและทวีปที่จมดิ่ง – อันเป็นดั่งเรื่องสุดท้ายที่โบคุหรือผม เป็นตัวเอกของเรื่อง ผมเคยปรากฏอยูใ่นไตรภาคทั้งสาม สดับลมขับขาน-พินบอล 1976 –แกะรอยแกะดาว และฝาแฝดกับทวีปที่จมดิ่ง เป็นเหมือนการสั่งลา ผม กับผู้อ่าน ก่อนที่มูราคามิ จะให้ตัวละครของเขามีชื่อชัดเจนต่อไป
ระหว่างการจัดทำต้นฉบับรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ดิฉันสนุกสนานกับการทำเชิงอรรถท้ายเรื่องเพิ่มเติมเข้าไปในบางเรื่อง มันทำให้ดิฉันรู้ว่ามูราคามิฟังเพลงแบบไหน กินอาหารแบบไหน อ่านหนังสืออะไร ยุคสมัยของเขาเป็นอย่างไร เหมือนเราได้แกะรอยนักเขียนคนโปรดของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นความสุขของนักอ่านไม่ใช่หรือ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนอ่านคงสนุกกับการแกะรอยความคิดและชีวิตของมูราคามิเหมือนเช่นดิฉัน
ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
http://a-wild-sheep-chase.bloggang.com http://twitter.com/Duangruethai
ลองอ่าน
|