กำมะหยี่ขอขอบคุณมิตรสหายและสื่อมวลชนทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเปิดตัว "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน" สนใจอยากดูภาพนิ่งและวิดีโอที่ถ่ายในงาน คลิกตามไปดูได้ --> ที่นี่ค่ะ
นักเขียน และ นักแปล
คำสาปร้านเบเกอรี | คำสาปร้านเบเกอรี |
|
แฟนมูราคามิรวมหัว ลำดับ ๒/๓ - คำสาปร้านเบเกอรี (The Second Bakery Attack) ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง -- แม่งานและบรรณาธิการเล่ม แฟนฮารูกิ มูราคามิ ตัวยง -พี่แป๊ดให้เกียรติร่วมงานกับกำมะหยี่ในฐานะแม่งานและบรรณาธิการของหนังสือรวมเรื่องสั้นแปลชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" ทั้ง 3 เล่ม เธอทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือมาตลอดนับตั้งแต่เป็นกองบรรณาธิการนิตยสาร บรรณาธิการนิตยสารกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ เคยดำรงตำแหน่งฝ่ายวิชาการของนิตยสารสารคดีและกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์สารคดีในยุคก่อตั้งสำนักพิมพ์ เป็นประสบการณ์ที่ให้ความเข้มข้นทั้งการทำงานนิตยสารและทำงานสำนักพิมพ์ทำงานบรรณาธิการสำนักพิมพ์ครั้งแรกที่สำนักพิมพ์ Gender Press ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการและผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อระหว่างบรรทัด สำนักพิมพ์เล็กๆนี้ดำเนินการสู่ปีที่เก้าแล้ว เหตุผลที่เราได้บรรณาธิการมืออาชีพผู้นี้มาร่วมงานเป็นเพราะความรักในผลงานของฮารูกิ มูราคามิอย่างแท้จริง พี่แป๊ดกล่าวถึงนักเขียนในดวงใจของเธอไว้ว่า "หลงรักตัวหนังสือของมูราคามิอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มานับตั้งแต่ได้อ่าน "รักเร้นในโลกคู่ขนาน" ตั้งแต่นั้นมาก็ตามหาหนังสือของมูราคามิทุกเล่มที่มีวางขายในประเทศไทยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษถามตัวเองหลายครั้งถึงสาเหตุของการถอนตัวไม่ขึ้นจากตัวหนังสือของเขาได้คำตอบว่ามูราคามิอธิบายถึงสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ที่ตกค้างในใจมาเนิ่นน่าน นับตั้งแต่การรำลึกถึงอดีตที่ไม่สามารถกลับไปได้ มูราคามิสั่นคลอนสิ่งที่เราเคยเชื่อมั่นในปัจจุบันรวมไปถึงการตั้งคำถามต่ออนาคตที่ไม่สามารถมองเห็นได้คุณูปการอันสำคัญยิ่งของมูราคามิคือการบอกว่าเราจะยืนอยู่ได้อย่างไรท่ามกลางซากปรักหักพังเหล่านี้" >>> บล็อกพี่แป๊ด
วชิรา วชิรา เป็นนามปากกาของ วชิรา รุธิรกนก หลังจากรับหน้าที่บรรณาธิการนิตยสาร a day อยู่หลายปี ก็เก็บกระเป๋าทดลองย้ายที่อยู่ไปพำนักอาศัยยังจังหวัดเชียงใหม่ ทำงานเขียนและก่อตั้งองค์กรอิสระขนาดเล็กชื่อ RabbitHood เพื่อทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและสิ่งแวดล้อม(www.rabbithood.net) ล่าสุดวชิรายังเป็นสมาชิกวงดนตรีร่วมสมัย Migrate to the Ocean อีกด้วย
นาลันทา คุปต์ นาลันทา คุปต์ เป็นนามแฝงที่เก็บมาจากความประทับใจตอนเรียนวิชาสังคมศึกษาสมัยมัธยมปลาย แม้จะชอบวิชาประวัติศาสตร์มากพอดูแต่สุดท้ายกลับไปจบการศึกษาทางด้านภาษาเยอรมันและศิลปการละคร จากวันนั้นจนวันนี้แปลหนังสือมาแล้วกว่าสิบเล่ม โดยยังไม่นับรวมที่ใช้นามปากกาอื่นแปลวรรณกรรมเยาวชนให้เด็กๆ ได้อ่านอย่างรื่นเริงอีกจำนวนหนึ่งด้วย ผลงานล่าสุดคือ ดิ อันอินไวเท็ด นักข่าวผู้ไม่ได้รับเชิญในปักกิ่งยุคเงินคือพระเจ้า, คำพิพากษาจากพระเจ้า (งานแปลร่วม) และเรื่องสั้นสี่เรื่องในชุดจำลักษณ์เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ปัจจุบันเริ่มหัดเป็นบรรณาธิการหนังสือแปล มีผลงานวางแผงไปแล้วหนึ่งเล่ม ชื่อว่าอักขระอาฆาต
ไกรวุฒิ จุลพงศธร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำงานด้วยการเป็นคนเขียนบทละครโทรทัศน์อิสระ จากนั้นมาร่วมงานกับนิตยสาร BIOSCOPE ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 ในตำแหน่งนักวิจารณ์ภาพยนตร์และฝ่ายวิชาการ ปัจจุบันมีงานเขียนในนิตยสาร BIOSCOPE, สารคดี, Mars, พ็อกเก็ตบุ๊กฟิล์มไวรัสบางฉบับ, สัตว์วิกาล : ภาพเรืองแสง ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อยากทำหนัง แต่ฉันไม่มีตังค์ และเป็นอาจารย์พิเศษประจำสาขาวิชาภาพยนตร์ศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
จินนี่ สาระโกเศศ จินนี่ สาระโกเศศ จบการศึกษาวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยทำงานประจำได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่น หลังจากนั้นมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคโอ ในกรุงโตเกียว แล้วจึงกลับไปทำงานเขียนและงานแปลที่ตัวเองรักที่เมืองไทยและก็ยังมาญี่ปุ่นเพื่อเรียนทำอาหาร ทำขนม และทำงานเขียนอยู่เสมอ
สิงห์ สุวรรณกิจ หลังจากที่สิงห์ สุวรรณกิจ เรียนจบโทด้านพัฒนศึกษาจากอังกฤษก็กลับมาทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสื่อทางเลือก จากนั้นก็เริ่มให้ความสำคัญกับงานวิชาการและวรรณกรรมเพราะเห็นว่ามีส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ในปี 2546 ได้รับทุนไปทำการวิจัยที่โตเกียวก่อนย้ายตัวเองไปติดเกาะที่โอกินาวา รวมใช้เวลาในญี่ปุ่นเกือบ 2 ปี หลังจากกลับมาเมืองไทยเมื่อปีกลายก็เริ่มทำงานวิจัยไปพร้อมๆ กับพยายามเขียนหนังสือและใช้ความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยในงานแปล
อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียน มีผลงาน ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ, แปดครึ่งริกเตอร์, การตามหาหัวใจที่สาบสูญ, H2O และเคหวัตถุ ผลงานล่าสุด รวมบทความท่าอากาศยานต่างความคิด และนวนิยาย-เพลงรักนิวตริโน
|