ผู้แต่ง: ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) ผู้แปล: นพดล เวชสวัสดิ์ จัดพิมพ์ครั้งที่: 1 (ธันวาคม 2554) จำนวนหน้า: 192 หน้า ราคา: 180 บาท
ลำดับที่สอง ใน “ไตรภาคแห่งมุสิก” นิยายเกี่ยวกับเครื่องเล่นพินบอล ชายหนุ่มผู้ไม่ได้รับการเอ่ยนามกลับมาอีกครั้งพร้อมกับ “มุสิก” จากเล่ม สดับลมขับขาน หนังสือร่วมชุด เสริมทัพด้วยสองสาวฝาแฝดที่ได้รับการขนานนามว่า 208 กับ 209 เหตุเกิดเมื่อชายหนุ่มนักแปลมีจิตผูกพันกับเครื่องเล่นพินบอลรุ่น “ยานอวกาศ” และออกติดตามหาเครื่องเล่นในดวงใจที่อาจจะหลงเหลือเป็นเครื่องสุดท้าย จากใจกำมะหยี่
ในความตั้งใจค่อยๆ ทยอยจัดพิมพ์หนังสือของนักเขียนในดวงใจ ฮารูกิ มูราคามิ ให้ครบทุกเล่ม สดับลมขับขาน (Hear The Wind Sing) นิยายเล่มแรกของผู้เขียน ดูเหมือนจะเป็นเล่ม “ต้องทำ” อย่างเด่นชัด
ในความตั้งใจจัดพิมพ์ สดับลมขับขาน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะละเลยเพิกเฉยต่อ พินบอล, 1973 (Pinball, 1973) ที่ไม่เพียงเป็นนิยายเล่มที่สองที่มีตัวละครที่คุ้นเคยจากเล่มสดับลมขับขานตบเท้าเข้าแถวเข้าสู่เวทีบนหน้ากระดาษ สำหรับเรา พินบอล, 1973 ยังเป็นส่วนขยาย เป็นตอนต่อ เป็นการสืบสานเรื่องราวในเล่มแรกที่ไม่สมควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง แม้จะยังเรียกไม่ได้ว่าจบสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ เนื่องจากหนังสือชุด “ไตรภาคแห่งมุสิก” ชุดนี้ปิดท้ายด้วยเล่ม แกะรอย แกะดาว (A Wild Sheep Chase) (หรือใครจะรวม เริงระบำสนธยา Dance Dance Dance เข้าเป็นจตุภาคโบคุด้วยก็สุดแล้วแต่) ขณะเดียวกัน พินบอลฯ ไม่ใช่น้องเล็กที่เดินตามรอยเท้าพี่คนโตต้อยๆ ห้อยติดหลังอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ไร้ซึ่งเอกลักษณ์ประจำเล่ม หากสดับลมขับขานเป็นประหนึ่งก้าวแรกที่หยั่งท่าทีลองเชิง พินบอล, 1973 เป็นก้าวที่สองที่เริ่มมั่นคง มีความมั่นใจในการ “ปล่อยของ” มากขึ้น มีกลิ่นอายของโลกแบบฮารูกิ มูราคามิลอยมาให้สัมผัสชัดเจนขึ้น ด้วยบรรยากาศประหลาดล้ำ ตัวละครพิลึกพิลั่น ความปักจิตฝังใจ เหตุการณ์ที่เหมือนจะไร้ที่มาที่ไปซึ่งไม่อาจนำตรรกะสามัญสำนึกใดมาผูกติดได้ กลิ่นที่ใครชื่นชอบจะหลงใหลคลั่งใคล้ ใครไม่ถูกใจจะชิงชังสาบแช่ง
และเมื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับการจัดพิมพ์ใหม่ เมื่อคุณอ่านจนถึงบรรทัดนี้ คงเดาได้ไม่ยากว่าเราเป็นคนกลุ่มไหน ลองอ่าน
|