กำมะหยี่ขอขอบคุณมิตรสหายและสื่อมวลชนทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเปิดตัว "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน" เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใดสนใจอยากดูภาพนิ่งและวิดีโอที่ถ่ายในงาน คลิกตามไปดูได้ --> ที่นี่ค่ะ
กระดานอัพเดท
แฟนมูราคามิรวมหัว | แฟนมูราคามิรวมหัว |
|
แอบมาปล่อยของ -- จิ๊กปก "คำสาปร้านเบเกอรี" มาฝากค่ะ วันนี้แอบเอาหน้าปกเวอร์ชั่นล่าสุด (ไม่รู้แล้วว่าเป็นเวอร์ชั่นที่เท่าไหร่ เยอะมาก จนเลิกนับกันแล้ว) มาฝากแฟนพี่มุ และแฟนๆ ของแฟนๆ พี่มุ ที่มาร่วมหัวร่วมลงมือแปลในโครงการ "แฟนมูราคามิรวมหัว" ลำดับที่ ๒/๓ ค่ะ ทหารหาญที่มาร่วมกองทัพระลอกสองในเล่มนี้ได้แก่ วชิรา โดยมี พี่แป๊ด ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง กรุณาให้เกียรติมาเป็นแม่งานและบรรณาธิการเหมือนเดิม โดยพี่ท่านได้เอ่ยความในใจเกี่ยวกับรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เอาไว้ตอนหนึ่งว่า ... ในเรื่องสั้นชุดแฟนมูราคามิรวมหัว (แปล) เล่มนี้ บางเรื่องเขาเขียนถึงตั้งแต่ปี 1985 อย่างเรื่อง ฝาแฝดและทวีปที่จมดิ่ง – อันเป็นดั่งเรื่องสุดท้ายที่โบคุหรือผม เป็นตัวเอกของเรื่อง ผมเคยปรากฎอยู่ในไตรภาคทั้งสาม สดับลมขับขาน-พินบอล 1976 –แกะรอยแกะดาว และฝาแฝดกับทวีปที่จมดิ่ง เป็นเหมือนดั่งการสั่งลา ผม (ผู้แสนโศกเศร้า) กับผู้อ่าน ก่อนที่มูราคามิ จะให้ตัวละครของเขามีชื่อชัดเจนต่อไป ( ตัวอย่างเช่น โนรุ วาตานาเบะ ในด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย ) เมื่ออ่านเรื่องสั้นหลายเรื่องในเล่มนี้ มันทำให้ดิฉันย้อนกลับไปหานวนิยายเรื่องก่อนหน้าของเขา ฝาแผดและทวีปที่จมดิ่ง นี้เป็นดั่งภาคต่อของพินบอล 1973 ผมกับการเศร้าสร้อยอาลัยหาคู่แฝดที่ปรากฎตัวครั้งแรกในพินบอล 1973 และมันทำให้ดิฉันต้องย้อนกลับไปอ่านปฐมบทแห่งการลาจากนั้น พบว่ามูราคามิช่างเป็นคนที่เขียนหนังสืออย่างมีแผนการอย่างคนที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี กล่าวคือ เขาได้ทิ้งรอยต่อของแต่ละเรื่องไว้ และตัวละครชองเขาพร้อมที่จะไปปรากฎตัวในเรื่องสั้นหรือนวนิยายเรื่องอื่นได้ในกาลต่อไป ดั่งเช่นพินบอล 1973 กับฝาแฝดและทวีปที่จมดิ่ง ตำนานนกไขลานเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในปี 1986 เป็นที่มาของ บันทึกนกไขลาน ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1994 ( ปีที่พิมพ์หมายถึงฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกในภาษาญี่ปุ่น ) เวลาที่เราอ่านเรื่องสั้นและนวนิยายเขามันจะทำให้เราคิดกลับไปกลับมาระหว่างเรื่องที่เขาเขียนในเวลากาลต่อมาเสมอ และมันทำให้ดิฉัน (เมื่อเชื่อว่าหารอยต่อได้แล้ว) ถึงกับรำพึงออกมาว่ามูราคาช่างฉลาดล้ำ เขาคิดไว้ล่วงหน้าหมด ตระเตรียมแผนการอย่างชัดเจนว่า ตัวละครตัวนี้จะไปปรากฎในนวนิยายและเรื่องสั้นต่อๆ ไปของเขา ...
สำนักพิมพ์กำมะหยี่ขอขอบคุณทุกท่านที่มาช่วยกันคนละไม้ละมือ ขณะนี้หนังสืออยู่ในขั้นตอนตรวจพิสูจน์อักษร เราหมายใจว่ากลางเดือนหน้า น่าส่งถึงโรงพิมพ์ได้ตามกำหนด วันนี้ขอลาไปก่อนเพียงแค่นี้ และจะนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวมาฝากกันอีก เมื่อโอกาสอำนวยค่ะ
(อัพเดทเมื่อ 2009-08-19)
เสียงพูดถึง "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" พลพรรคกำมะหยี่ของเรามักจะเปรียบเทียบหนังสือที่เราจัดพิมพ์แต่ละเล่มว่าเป็น "ลูก" เพราะเมื่อดูจากขั้นตอนต่างๆ ในการ "ให้กำเนิด" หนังสือแต่ละเล่มแล้ว คงจะไม่ต่างจากพัฒนาการของทารกในครรภ์มารดาเสียเท่าไหร่ เมื่อลูกน้อยของเราผ่านการทำคลอดจากโรงพิมพ์ สู่มือสายส่งที่รับไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลต่อ สำนักพิมพ์ที่เป็นดังพ่อแม่ก็ได้แต่มองตาละห้อย หวังว่าลูกน้อยกลอยใจจะเป็นคนดีที่ใครๆ รักใคร่กล่าวขวัญถึงในทางที่ดี และถึงเราจะตัดสายสะดือของ "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" ปล่อยให้แกออกไปโลดเต้นในโลกกว้างแห่งบรรณพิภพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในฐานะคนปั้นมากับมือก็อดจะคอยเงี่ยหูติดตามเสียงสะท้อนที่ใครๆ พูดถึงหนังสือเรามิได้ ลิงก์ข้างล่างต่อไปนี้ เป็นเสียงส่วนหนึ่งที่เราได้ยินค่ะ - >>โพสต์ ทูเดย์ ไลฟ์สไตล์ โดย คุณจรูญพร ปรปักษ์ประลัย - >>มติชน สุดสัปดาห์ โดย คุณทราย เจริญปุระ - >>เอ็นเตอร์เทน โดย คุณจีรนันท์ ชุ่มเพ็งพันธ์ แฟนๆ หนังสือเล่มนี้ท่านใดได้ยินเสียงพูดถึงลูกน้อยของเราเล่มนี้ที่ไหนเพิ่มเติม จะส่งข่าวคราวให้เราติดตามมาแบ่งกันกัน ทางเราก็ขอขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงค่ะ ข่าวคราวลำดับต่อไป เราจะเริ่มเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศในการจัดทำ "คำสาปร้านเบเกอรี" ผลงานแปลเรื่องสั้นของมูราคามิ ในโครงการ "แฟนมูราคามิรวมหัว" ลำดับที่ ๒/๓ กันนะคะ
(อัพเดทเมื่อ 00:50:02 / 2009-05-09)
กว่าจะเป็นปก รวมเรื่องสั้นแปลของฮารูกิ มูราคามิ ลำดับ ๑/๓ คนที่เดินเล่นเว็บไซต์ของเรา เข้าออกห้องต่างๆ จนทั่ว คงจะได้รู้ว่าเราเปิดห้อง "กว่าจะเป็นปก" เอาไว้ในหมวด "กระดานอัพเดท" ซึ่งเราตั้งใจว่าจะใช้เป็นห้องเล่าเรื่องราวของเส้นทางการทำงานเบื้องหลังการออกแบบปกหนังสือแต่ละเล่มของเราผ่านเวอร์ชั่นต่างๆ ของปกเรียงลำดับตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงล่าสุด แต่ "กว่าจะเป็นปก" ของชุด "แฟนมูราคามิรวมหัว" ชุดพิเศษที่เราถึงกับเปิดกระดานอัพเดทโดยเฉพาะ เราอยากจะรวบรวมทุกอย่างมาไว้ในกระดานห้องนี้ เพื่อเล่าเหตุการณ์ความเป็นมาเป็นไปของปกทั้งสามปกให้แฟนๆ ให้รับทราบไปด้วยกัน แฟนๆ ตัวจริงของมูราคามิที่ติดตามผลงานที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่จัดพิมพ์คงจะเห็นแล้วว่า เราใช้รูปถ่ายเป็นพื้นหลังตั้งแต่ชุดนวนิยาย 3 เรื่องแรก สำหรับรวมเรื่องสั้นแปลชุดนี้ เราก็ยังคงแนวความคิดเดิม ตั้งโจทย์ให้ผู้ออกแบบปกของเราต่อเติม แต่งแต้มจากรูปที่ตากผ้าบนดาดฟ้าตึกซึ่งคัดเลือกมาจากแฟ้มภาพถ่ายของคุณฟิลิปป์ กาบูล็อง ช่างภาพประจำของเรา ตอนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียว ![]()
ภาพนี้ถ่ายลงฟิล์มแล้วนำมาสแกน จึงปรากฎรอยแตกของเกร็นสี หรือที่เรียกกันว่า noise กระจายทั่วภาพ มีเสน่ห์ไปอีกแบบต่างจากภาพที่ชัดแจ๋วใสปิ๊ง ในตอนแรก คุณอาร์ทเป็นห่วงว่าสัดส่วนและการวางภาพจะไม่ลงตัวสวยงาม แต่เราก็ดื้อเพ่งบอกว่าลองทำแบบแนวตั้งมาก่อน นะคะๆๆๆ เลยได้เวอร์ชั่นแรกออกมาดังนี้
พลพรรคสำนักพิมพ์กำมะหยี่ให้รู้สึกตงิดๆ ด้วยสีสันออกจะฉูดฉาดบาดตากลัวบรรดาแฟนๆ ผู้เสพติดความหมองเศร้า ยี่ห้อ มูราคามิ จะไม่ถูกใจ ประกอบกับเราพยายามใส่ข้อมูลแบบแน่นเอี้ยด ทั้งชื่อเรื่องสั้นอังกฤษ ชื่อไทย ชื่อคนแปล (แต่แล้วก็ตกชื่อบรรณาธิการเล่ม แม่งานคนสำคัญไปซะนั่น) ออกจะเป็นที่หนักใจของคุณอาร์ทมือออกแบบปกหนังสือชุดนี้เหลือหลาย สุดท้าย กรรมการผู้ตัดสินภาพปกทุกคนเห็นใจ ลดข้อจำกัดในการออกแบบลง และหาทางเลือกใหม่ ช่างภาพส่งรูปภาพใหม่ให้ลองออกแบบ ทำสิ่งที่หลุดออกจากกรอบจำกัดจากภาพเดิม แล้วเราก็ได้รูปปกเวอร์ชั่นต่อมาประมาณที่คัดมาให้ดูนี่แหละค่ะ
![]()
ที่สรุปขั้นตอนมาให้นี้อาจจะดูเหมือนง่ายดาย แต่ในการทำงานจริงๆ แล้ว ต้องมีการสื่อสารไปมา มีการขัดเคือง มีงอนกันบ้าง เป็นธรรมดาของคนที่ตั้งใจทำงาน แต่งานออกมาก็ยังไม่ได้ดั่งใจ ไม่ทันอกทันใจคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือชุดนี้มีคนเกี่ยวข้องมากกว่าการทำหนังสือเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ เราจึงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะจูนกันติด พูดจาภาษาคลื่นเดียวกัน แต่รับรองค่ะว่า เล่ม 2 และ 3 ที่จะคลานตามมาติดๆ จะหัดเดิน หัดวิ่งได้เร็วกว่าลูกคนแรกแน่นอน เจอกันเล่ม 2 นะคะ
(14:03:47- 2009-03-17)
|
|||||||||